สื่อ ดนตรี และหนังสือ คู่มือที่ใช้ได้จริง
กีตาร์

ปิ๊ก อัพ กีต้าร์โปร่งมีกี่แบบ และจะเลือกให้เข้ากับสไตล์การเล่นของคุณได้อย่างไร

เจาะลึกประเภทปิ๊กอัพกีต้าร์โปร่ง ทั้งแบบแม่เหล็ก แผ่นรองใต้สาย และแผ่นรับแรงสั่นสะเทือน พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับสไตล์การเล่นและระบบเสียงของคุณ

เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google

การเล่นกีต้าร์โปร่งท่ามกลางวงดนตรีหรือในสถานการณ์ที่ต้องส่งเสียงออกลำโพงขนาดใหญ่มักสร้างความลำบากใจให้กับผู้เล่น เนื่องจากเสียงธรรมชาติของเครื่องดนตรีมักจะถูกกลืนหายไปหรือเกิดเสียงหอนรบกวนเมื่อใช้ไมโครโฟนจ่อหน้าตู้ การเลือกติดตั้งปิ๊กอัพกีต้าร์โปร่งที่เหมาะสมจึงเป็นทางออกสำคัญที่จะช่วยส่งผ่านโทนเสียงอคูสติกของคุณไปยังผู้ฟังได้อย่างชัดเจน โดยการตัดสินใจเลือกซื้อนั้นขึ้นอยู่กับการจับคู่ระหว่างสไตล์การเล่นส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นการตีคอร์ดที่มีน้ำหนักหรือการเกาสายที่ละเอียดอ่อน กับลักษณะทางกายภาพของปิ๊กอัพแต่ละประเภท เช่น แบบแม่เหล็กติดช่องเสียง แบบแผ่นรองใต้สาย หรือแบบแผ่นรับแรงสั่นสะเทือน เพื่อให้ได้ระบบเสียงที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงและไม่ทำลายเนื้อเสียงดั้งเดิมของกีต้าร์ตัวโปรดของคุณ

ทำไมคุณถึงต้องใช้ปิ๊กอัพกีต้าร์โปร่ง และสัญญาณบ่งชี้ว่าถึงเวลาต้องติดตั้งแล้วหรือยัง

คุณจำเป็นต้องใช้ปิ๊กอัพกีต้าร์โปร่งเมื่อต้องการส่งสัญญาณเสียงไปยังเครื่องขยายเสียงหรือระบบบันทึกเสียงอย่างสม่ำเสมอ โดยสัญญาณบ่งชี้ที่ชัดเจนคือเมื่อการใช้ไมโครโฟนจ่อภายนอกไม่สามารถควบคุมความดังหรือทิศทางของเสียงได้อีกต่อไปในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนสูง การใช้ไมโครโฟนภายนอกบนเวทีคอนเสิร์ตมักจะจับเสียงเครื่องดนตรีชิ้นอื่นรอบข้างเข้ามาด้วย ทำให้เสียงกีต้าร์ของคุณไม่ชัดเจนและเกิดเสียงหวีดหอนได้ง่าย การติดตั้งปิ๊กอัพจึงช่วยให้คุณสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างอิสระขณะแสดง โดยไม่ต้องกังวลว่าระยะห่างจากไมโครโฟนจะทำให้ระดับเสียงดังเบาไม่เท่ากัน

สัญญาณเตือนอีกประการหนึ่งที่บอกว่าคุณควรเริ่มมองหาปิ๊กอัพคือ เมื่อคุณพบว่าเสียงกีต้าร์โปร่งของคุณจมหายไปในมิกซ์เสียงเมื่อต้องเล่นร่วมกับเครื่องดนตรีชิ้นอื่น เช่น กลอง หรือเบสไฟฟ้า แม้ว่าผู้ควบคุมเสียงจะพยายามเร่งความดังแล้วก็ตาม ปิ๊กอัพจะช่วยสร้างสัญญาณไฟฟ้าที่แรงและสะอาดพอที่จะส่งตรงเข้าสู่ระบบเสียงส่วนกลาง ทำให้วิศวกรเสียงสามารถปรับแต่งโทนเสียงและจัดตำแหน่งเสียงกีต้าร์ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ หากคุณต้องการความสะดวกในการบันทึกเสียงเดโมที่บ้านโดยไม่มีเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมภายนอก เช่น เสียงพัดลม หรือเสียงรถยนต์ การใช้ปิ๊กอัพก็เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อ คุณควรแยกแยะระหว่างความต้องการใช้งานจริงกับความนิยมส่วนตัว หากคุณเป็นผู้ที่เล่นกีต้าร์เพื่อผ่อนคลายเฉพาะในห้องนอนที่เงียบสงบ หรือบันทึกเสียงในห้องอัดที่จัดเตรียมระบบอะคูสติกไว้เป็นอย่างดี การใช้ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์คุณภาพสูงจ่อหน้าตู้กีต้าร์ยังคงเป็นวิธีที่ให้เสียงที่เป็นธรรมชาติและมีมิติสมจริงที่สุด การติดตั้งปิ๊กอัพโดยไม่มีความจำเป็นอาจเป็นการเพิ่มภาระในการดูแลรักษาและอาจส่งผลต่อโครงสร้างดั้งเดิมของกีต้าร์โดยไม่จำเป็น ดังนั้นการประเมินลักษณะการใช้งานหลักของคุณจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด

ปิ๊กอัพกีต้าร์โปร่งแต่ละประเภทมีหลักการทำงานและลักษณะเสียงที่แตกต่างกันอย่างไร

ปิ๊กอัพกีต้าร์โปร่งแต่ละประเภททำงานด้วยกลไกที่ต่างกัน ทั้งการตรวจจับสนามแม่เหล็ก การรับแรงกด หรือการจับแรงสั่นสะเทือนของไม้หน้า ซึ่งส่งผลให้โทนเสียงที่ได้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีข้อจำกัดในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป การทำความเข้าใจระบบการทำงานเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถคาดเดาโทนเสียงที่จะได้รับและเลือกประเภทที่ตรงกับความต้องการของคุณได้มากที่สุด

ประเภทแรกคือ ปิ๊กอัพแบบแม่เหล็กติดช่องเสียง ซึ่งจะติดตั้งอยู่บริเวณช่องเสียงใต้สายกีต้าร์ ทำงานโดยการตรวจจับการสั่นสะเทือนของสายกีต้าร์ที่เป็นโลหะผ่านสนามแม่เหล็ก คล้ายกับหลักการทำงานของกีต้าร์ไฟฟ้า ข้อดีเด่นชัดคือติดตั้งและถอดออกได้ง่ายมากโดยไม่จำเป็นต้องเจาะตัวกีต้าร์ ให้โทนเสียงที่หนา อบอุ่น และมีความชัดเจนของตัวโน้ตสูง แต่เนื่องจากเป็นการจับสัญญาณจากสายโลหะโดยตรง โทนเสียงที่ได้จึงอาจมีลักษณะคล้ายเสียงกีต้าร์ไฟฟ้าผสมอยู่บ้าง และอาจไม่สามารถถ่ายทอดเสียงสะท้อนจากเนื้อไม้ของตัวบอดี้กีต้าร์ได้อย่างเต็มที่

ประเภทที่สองคือ ปิ๊กอัพแบบแผ่นรองใต้สาย ซึ่งเป็นระบบที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในกีต้าร์โปร่งไฟฟ้าสำเร็จรูป ปิ๊กอัพชนิดนี้จะใช้แผ่นเซรามิกเพียโซอิเล็กทริกขนาดเล็กวางไว้ใต้หย่องรองสาย เพื่อรับแรงกดและการสั่นสะเทือนจากสายกีต้าร์โดยตรง ข้อดีคือให้สัญญาณที่แรง ชัดเจน และทนทานต่อการเกิดเสียงหอนได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการเล่นบนเวทีที่มีระดับความดังสูง อย่างไรก็ตาม ปิ๊กอัพประเภทนี้มักจะมีลักษณะเสียงที่ค่อนข้างแข็งและแหลมคม ซึ่งผู้เล่นมักเรียกกันว่าเสียงเป็ดหรือเสียงกระด้าง จึงจำเป็นต้องอาศัยการปรับแต่งย่านความถี่เสียงผ่านปรีแอมป์เพื่อช่วยให้เสียงมีความนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ประเภทที่สามคือ ปิ๊กอัพแบบแผ่นรับแรงสั่นสะเทือน ซึ่งทำงานโดยการติดแผ่นเซนเซอร์รับแรงสั่นสะเทือนไว้ที่บริเวณใต้ไม้หน้าของกีต้าร์ภายในบอดี้ ปิ๊กอัพชนิดนี้จะจับการสั่นสะเทือนของแผ่นไม้โดยตรง ทำให้ได้โทนเสียงที่มีความเป็นอะคูสติกสูงมาก มีความโปร่ง นุ่มนวล และสามารถเก็บรายละเอียดเสียงเคาะตัวบอดี้ได้อย่างดีเยี่ยม ทว่าข้อจำกัดสำคัญคือมีความไวต่อเสียงสะท้อนกลับค่อนข้างสูง หากนำไปใช้ในสถานการณ์ที่ต้องเปิดเสียงดังมากๆ อาจเกิดปัญหาเสียงหอนได้ง่าย และตำแหน่งการติดตั้งแผ่นเซนเซอร์ภายในตัวกีต้าร์มีผลต่อโทนเสียงอย่างมาก จึงต้องอาศัยความละเอียดอ่อนในการติดตั้ง

ทั้งนี้ ลักษณะเสียงและข้อจำกัดที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงแนวโน้มทั่วไปที่เกิดจากโครงสร้างทางกายภาพของปิ๊กอัพแต่ละระบบ ในความเป็นจริง เทคโนโลยีการผลิตของแต่ละแบรนด์อาจมีการชดเชยข้อด้อยเหล่านี้ด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อน ดังนั้นผู้เล่นจึงควรตรวจสอบข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคและรับฟังตัวอย่างเสียงจากผู้ใช้งานจริงของรุ่นที่สนใจเพิ่มเติมก่อนทำการตัดสินใจซื้อ

สไตล์การเล่นและสภาพแวดล้อมการใช้งานของคุณเหมาะกับปิ๊กอัพประเภทใด

การเลือกปิ๊กอัพที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากน้ำหนักการเล่นและระดับความดังของสถานที่ใช้งาน เพื่อป้องกันปัญหาเสียงแตกพร่าหรือเสียงหอนรบกวนขณะแสดงจริง การจับคู่ปิ๊กอัพให้ตรงกับสไตล์การเล่นจะช่วยดึงศักยภาพของเครื่องดนตรีและเทคนิคส่วนตัวของคุณออกมาได้อย่างเต็มที่

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสไตล์การเกาสายหรือฟิงเกอร์สไตล์ ซึ่งต้องการรายละเอียดของเสียงที่ละเอียดอ่อนและการตอบสนองต่อไดนามิกการดีดที่รวดเร็ว ปิ๊กอัพแบบแผ่นรับแรงสั่นสะเทือนจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุด เนื่องจากสามารถถ่ายทอดน้ำหนักการใช้นิ้วและเสียงสะเทือนของไม้หน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ หากคุณเป็นสายเคาะบอดี้หรือเล่นแนวเพอร์คัสซีฟกีต้าร์ ปิ๊กอัพประเภทนี้จะช่วยเก็บเสียงเคาะเหล่านั้นได้อย่างครบถ้วน ในทางกลับกัน หากคุณเลือกใช้ปิ๊กอัพแบบแผ่นรองใต้สายเพียงอย่างเดียว เสียงเคาะบอดี้อาจจะไม่ถูกส่งผ่านไปยังระบบเสียงเลยเนื่องจากมันจับเฉพาะแรงกดใต้หย่องสายเท่านั้น

สำหรับผู้ที่เน้นสไตล์การตีคอร์ดหรือสตรัมมิ่งที่หนักหน่วง ปิ๊กอัพแบบแผ่นรองใต้สายหรือปิ๊กอัพแบบแม่เหล็กติดช่องเสียงจะมีความเหมาะสมมากกว่า เนื่องจากสามารถรองรับแรงกระแทกของสายกีต้าร์ที่มีความรุนแรงได้ดีโดยไม่ทำให้สัญญาณเสียงเกิดการแตกพร่าหรือบิดเบือน ปิ๊กอัพแบบแม่เหล็กจะช่วยให้เสียงตีคอร์ดมีความสม่ำเสมอและมีเนื้อเสียงที่แน่นหนา ในขณะที่ปิ๊กอัพแบบแผ่นรองใต้สายจะช่วยให้เสียงพุ่งทะลุผ่านเสียงเครื่องดนตรีชิ้นอื่นในวงได้อย่างมีพลัง

สภาพแวดล้อมในการใช้งานก็เป็นปัจจัยกำหนดที่สำคัญไม่แพ้กัน หากคุณต้องแสดงสดบนเวทีขนาดใหญ่ที่มีเสียงกลองและเบสไฟฟ้าเล่นอยู่ข้างๆ ปิ๊กอัพแบบแผ่นรองใต้สายจะเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดเนื่องจากควบคุมเสียงหอนได้ง่ายที่สุด แต่หากคุณใช้งานในสตูดิโอส่วนตัว การสตรีมมิ่งออนไลน์จากที่บ้าน หรือการเล่นในร้านกาแฟบรรยากาศเงียบๆ ปิ๊กอัพแบบแผ่นรับแรงสั่นสะเทือนหรือระบบผสมที่รวมเอาไมโครโฟนขนาดเล็กไว้ภายในตัวบอดี้จะช่วยให้คุณได้โทนเสียงที่ไพเราะและสมจริงที่สุด

ระบบปิ๊กอัพแบบผสมหรือระบบสองแหล่งสัญญาณ ถือเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูงสุด โดยระบบนี้มักจะรวมเอาปิ๊กอัพแบบแผ่นรองใต้สายหรือแบบแม่เหล็กเข้ากับไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวกีต้าร์ ช่วยให้คุณสามารถผสมผสานความคมชัดและพลังเสียงของปิ๊กอัพเข้ากับความโปร่งเป็นธรรมชาติของไมโครโฟนได้ตามต้องการ อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวมีความซับซ้อนสูงและต้องการการตรวจสอบความเข้ากันได้ของระบบไฟฟ้า รวมถึงอาจมีราคาที่สูงกว่าระบบเดี่ยวทั่วไป

ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ต้องตรวจสอบความเข้ากันได้กับกีต้าร์และอุปกรณ์เสริมอะไรบ้าง

ก่อนการติดตั้งปิ๊กอัพ คุณต้องตรวจสอบขนาดโครงสร้างของตัวกีต้าร์และระบบจัดการสัญญาณที่จำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่สร้างความเสียหายให้กับเครื่องดนตรี การละเลยขั้นตอนนี้อาจทำให้คุณได้ปิ๊กอัพที่ไม่สามารถติดตั้งกับกีต้าร์ของคุณได้ หรือได้ระบบเสียงที่ไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร

สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบคือขนาดและโครงสร้างทางกายภาพของกีต้าร์ กีต้าร์โปร่งแต่ละตัวมีขนาดช่องเสียง ความกว้างของหย่องรองสาย และโครงสร้างค้ำยันภายในที่แตกต่างกัน ปิ๊กอัพแบบแม่เหล็กบางรุ่นอาจมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะติดตั้งในช่องเสียงของกีต้าร์ขนาดเล็กหรือกีต้าร์สำหรับเดินทางได้ ในขณะที่ปิ๊กอัพแบบแผ่นรองใต้สายต้องการร่องหย่องที่มีความลึกและกว้างพอดีเพื่อให้แผ่นเพียโซทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากร่องหย่องตื้นเกินไปอาจทำให้หย่องรองสายเอียงและส่งผลต่อความสูงของสายรวมถึงความสมดุลของเสียงในแต่ละสายได้

ถัดมาคือเรื่องของระบบปรีแอมป์และแหล่งพลังงาน ปิ๊กอัพแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักคือ แบบแอคทีฟที่มีวงจรขยายสัญญาณในตัว ซึ่งต้องการพลังงานจากแบตเตอรี่ (มักใช้แบตเตอรี่ขนาดเก้าโวลต์หรือถ่านกระดุม) เพื่อทำงาน ปิ๊กอัพประเภทนี้จะให้สัญญาณที่แรงและมักจะมีปุ่มปรับโทนเสียงหรือระดับความดังติดตั้งมาให้ด้วย ส่วนปิ๊กอัพแบบพาสซีฟจะไม่มีวงจรขยายสัญญาณและไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ แต่สัญญาณที่ส่งออกมาจะค่อนข้างเบาและไวต่อสัญญาณรบกวน คุณจึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมอย่างปรีแอมป์ภายนอกหรือกล่องปรับระดับสัญญาณเพื่อช่วยขยายสัญญาณก่อนส่งเข้าเครื่องขยายเสียง

สุดท้ายคือข้อจำกัดด้านการติดตั้งและความปลอดภัยของตัวเครื่องดนตรี ปิ๊กอัพบางประเภท เช่น แบบแม่เหล็กติดช่องเสียงบางรุ่น ออกแบบมาให้ผู้เล่นสามารถติดตั้งและถอดออกได้เองอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องดัดแปลงตัวกีต้าร์ แต่สำหรับปิ๊กอัพแบบแผ่นรองใต้สายหรือแบบแผ่นรับแรงสั่นสะเทือน มักจะต้องมีการเจาะรูบริเวณปุ่มยึดสายสะพายท้ายกีต้าร์เพื่อติดตั้งแจ็คเสียบสายสัญญาณ รวมถึงอาจต้องมีการเจาะรูขนาดเล็กใต้หย่องรองสาย การดัดแปลงเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะทำให้ไม้กีต้าร์แตกร้าวหรือส่งผลต่อเสียงเปล่าของกีต้าร์หากทำอย่างไม่ถูกวิธี ดังนั้น หากคุณไม่มีความชำนาญและเครื่องมือที่เหมาะสม การนำกีต้าร์ไปให้ช่างผู้ชำนาญการติดตั้งให้จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อรักษาคุณภาพของเครื่องดนตรีที่คุณรัก

พูดคุยกับชุมชน

แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่

ร่วมการสนทนา

จำเป็นต้องระบุชื่อและอีเมล อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ และไม่อนุญาตให้ใส่ลิงก์