การก้าวเข้าสู่โลกของดนตรีพื้นบ้านอีสานด้วยการฝึกเล่น “พิณ” เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ทว่าสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น คำถามแรกที่มักจะเกิดขึ้นเสมอคือจะเลือกซื้อพิณตัวแรกอย่างไรดี ท่ามกลางตัวเลือกมากมายในท้องตลาด ทั้งพิณโปร่ง พิณไฟฟ้า พิณที่มีจำนวนสายแตกต่างกัน รวมถึงวัสดุไม้หลากหลายชนิดที่ส่งผลต่อโทนเสียงและการใช้งานโดยตรง การตัดสินใจเลือกพิณตัวแรกที่เหมาะสมไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาจากปัจจัยหลักสามประการ ได้แก่ จำนวนสายที่เหมาะกับระดับทักษะ วัสดุไม้ที่ใช้ทำตัวพิณซึ่งส่งผลต่อความทนทานและโทนเสียง และขนาดของเครื่องดนตรีที่สอดคล้องกับสรีระร่างกายของผู้เล่น การทำความเข้าใจองค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้เครื่องดนตรีที่เล่นง่าย ไม่สร้างความยากลำบากในการฝึกซ้อม และช่วยให้คุณพัฒนาทักษะการเล่นได้อย่างรวดเร็วและมีความสุขในระยะยาว
ทำความรู้จักประเภทและจำนวนสายของพิณ
จำนวนสายของพิณเป็นปัจจัยแรกที่กำหนดทั้งแนวทางการเล่น ระดับความยากง่ายในการฝึกฝน และโทนเสียงที่จะได้รับ โดยทั่วไปแล้วพิณที่พบเห็นในปัจจุบันจะมีตั้งแต่ 2 สาย 3 สาย ไปจนถึง 4 สาย ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะตัวที่ผู้เริ่มต้นควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเรียนรู้และแนวเพลงที่ต้องการบรรเลงในอนาคต
พิณแบบ 2 สาย ถือเป็นรูปแบบดั้งเดิมที่มีโครงสร้างเรียบง่ายที่สุด การตั้งสายมักจะตั้งเป็นคู่เสียงคู่ห้า เช่น เสียงลาและเสียงมี การจับคอร์ดหรือการไล่โน้ตบนพิณ 2 สายนั้นทำได้ง่ายและไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับการเล่นเพลงลายพื้นบ้านโบราณที่มีทำนองเรียบง่าย ทว่าข้อจำกัดของพิณประเภทนี้คือช่วงเสียงที่ค่อนข้างแคบ ทำให้ไม่สามารถเล่นเพลงที่มีความซับซ้อนหรือเพลงสมัยใหม่ที่มีการเปลี่ยนคีย์บ่อยๆ ได้ดีนัก จึงอาจไม่ตอบโจทย์หากผู้เล่นต้องการนำไปประยุกต์ใช้กับดนตรีแนวอื่นๆ
สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้
ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดในหน้าสินค้า
พิณแบบ 3 สาย เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบันและถือเป็นมาตรฐานทองคำสำหรับผู้เริ่มต้นเล่นพิณ โครงสร้างของพิณ 3 สายจะประกอบด้วยสายทำนอง (สายที่ 1) สายประสานเสียงหรือสายโดรน (สายที่ 2 และ 3) ซึ่งช่วยให้เกิดเสียงประสานที่ทุ้มกังวานและมีมิติอันเป็นเอกลักษณ์ของดนตรีหมอลำ การตั้งสายที่นิยมที่สุดคือการตั้งสายแบบ มี-ลา-มี (E-A-E) ซึ่งเอื้อต่อการจับคอร์ดและการไล่สเกลที่หลากหลาย ช่วยให้ผู้เล่นสามารถบรรเลงได้ทั้งเพลงพื้นบ้านอีสานดั้งเดิม เพลงลูกทุ่ง ไปจนถึงการนำไปประยุกต์เล่นร่วมกับวงดนตรีสากลสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว
สำหรับพิณแบบ 4 สาย นั้น พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของนักดนตรีมืออาชีพที่ต้องการช่วงเสียงที่กว้างขึ้นสำหรับการเล่นคอร์ดที่ซับซ้อนและการโซโล่ที่โลดโผน อย่างไรก็ตาม พิณ 4 สายมักจะไม่เหมาะสำหรับมือใหม่ เนื่องจากคอพิณที่ต้องขยายกว้างขึ้นเพื่อรองรับสายที่เพิ่มเข้ามา ทำให้การโอบจับคอพิณและการกดสายทำได้ยากขึ้นสำหรับผู้ที่ยังไม่มีกำลังนิ้วเพียงพอ อีกทั้งการควบคุมเสียงสะท้อนของสายที่ไม่ได้เล่นก็มีความซับซ้อนสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ผู้เริ่มต้นรู้สึกท้อแท้ได้ง่ายในระหว่างการฝึกซ้อมช่วงแรก
ดังนั้น หากคุณเป็นมือใหม่ที่กำลังมองหาพิณตัวแรกเพื่อเริ่มต้นฝึกฝนอย่างเป็นระบบและต้องการเครื่องดนตรีที่สามารถใช้งานได้ยาวนานตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับกลาง พิณแบบ 3 สาย คือตัวเลือกที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุด เนื่องจากมีสื่อการสอน โน้ตเพลง และคลิปวิดีโอแนะนำการเล่นในท้องตลาดที่อ้างอิงกับพิณ 3 สายมากที่สุด ช่วยให้คุณสามารถฝึกฝนตามได้ง่ายและไม่สับสนในระหว่างการเริ่มต้นเรียนรู้ด้วยตนเอง
การเลือกวัสดุและขนาดที่ส่งผลต่อเสียงและการจับเล่น
วัสดุที่นำมาใช้สร้างพิณเป็นตัวกำหนดคุณภาพเสียง น้ำหนัก และความทนทานของเครื่องดนตรีอย่างแท้จริง โดยทั่วไปแล้วพิณคุณภาพดีจะทำจากไม้เนื้อแข็งธรรมชาติ ซึ่งไม้แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติทางกายภาพและให้โทนเสียงที่แตกต่างกันออกไปอย่างเห็นได้ชัด การเลือกวัสดุจึงต้องพิจารณาควบคู่ไปกับลักษณะการใช้งานและโทนเสียงที่ผู้เล่นชื่นชอบ

ไม้ขนุนเป็นหนึ่งในวัสดุยอดนิยมที่ช่างทำพิณนิยมนำมาใช้ เนื่องจากเป็นไม้ที่มีน้ำหนักเบา เนื้อไม้มีความเหนียวและยืดหยุ่นดี โทนเสียงที่ได้จากไม้ขนุนมักจะมีความนุ่มนวล อบอุ่น และมีความกังวานใสในระดับที่พอเหมาะ นอกจากนี้ในทางความเชื่อของไทย ไม้ขนุนยังมีชื่อที่เป็นมงคล สื่อถึงการสนับสนุนจุนเจือ ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้เล่นหลายคน อย่างไรก็ตาม ไม้ขนุนอาจมีความไวต่อความชื้นเล็กน้อย จึงต้องอาศัยการเก็บรักษาที่ดีเพื่อป้องกันการบิดตัวของโครงสร้างไม้
ไม้ประดู่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการพิณที่มีความทนทานสูงและให้เสียงที่ทรงพลัง ไม้ประดู่เป็นไม้เนื้อแข็งที่มีความหนาแน่นสูง มีสีน้ำตาลอมแดงสวยงามตามธรรมชาติ พิณที่ทำจากไม้ประดู่จะให้โทนเสียงที่พุ่ง คมชัด มีพลัง และมีเสียงสะท้อนที่ยาวนาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการนำพิณไปเล่นในวงดนตรีหรือเล่นร่วมกับเครื่องดนตรีชิ้นอื่น แต่อาจมีข้อเสียเล็กน้อยในเรื่องของน้ำหนักที่ค่อนข้างมากกว่าไม้ขนุน ซึ่งอาจทำให้รู้สึกล้าเมื่อต้องสะพายเล่นเป็นเวลานาน
นอกเหนือจากตัวไม้แล้ว ขนาดของกล่องเสียงหรือเต้าพิณก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน กล่องเสียงที่มีขนาดใหญ่และมีความลึกจะช่วยเพิ่มปริมาตรอากาศภายใน ทำให้เสียงที่เปล่งออกมามีความดัง กังวาน และมีมิติเสียงทุ้มที่ลึกขึ้น ในขณะที่กล่องเสียงขนาดเล็กจะให้เสียงที่กระชับ แหลมสูง และพกพาสะดวกกว่า สำหรับมือใหม่ ควรเลือกขนาดเต้าพิณที่สมดุลกับสรีระร่างกายของตนเอง โดยเมื่อลองโอบอุ้มพิณในท่าเล่นแล้ว ข้อศอกและแขนขวาควรจะวางพาดบนเต้าพิณได้อย่างสบาย ไม่รู้สึกว่าต้องเอื้อมหรือเกร็งหัวไหล่มากเกินไป
อีกหนึ่งจุดที่ต้องพิจารณาคือความยาวสเกลหรือระยะห่างจากหย่องหลังถึงนัท และความกว้างของช่องกดสาย พิณที่มีสเกลยาวเกินไปจะทำให้ระยะห่างระหว่างเฟรตแต่ละช่องกว้างขึ้น ซึ่งอาจสร้างความลำบากให้กับผู้เล่นที่มีนิ้วมือสั้นหรือมือขนาดเล็ก เนื่องจากต้องกางนิ้วมากกว่าปกติในการกดโน้ต ในทางกลับกัน พิณที่มีสเกลสั้นเกินไปอาจทำให้ช่องกดสายในคีย์สูงๆ แคบจนนิ้วเบียดกันและกดได้ยาก สำหรับผู้เริ่มต้น ควรเลือกพิณที่มีขนาดมาตรฐานสากล และแนะนำให้เลือกพิณที่ใช้เฟรตเหล็กแบบเดียวกับกีตาร์ แทนที่จะเป็นเฟรตไม้แบบดั้งเดิม เนื่องจากเฟรตเหล็กจะมีความแม่นยำของระดับเสียงที่สูงกว่า ทนทานต่อการสึกหรอ และช่วยให้กดสายได้ง่ายโดยไม่ต้องออกแรงมากนัก
เช็กลิสต์ตรวจสอบคุณภาพพิณก่อนตัดสินใจซื้อ
การเลือกซื้อพิณตัวแรกไม่ว่าจะเป็นการซื้อจากหน้าร้านโดยตรงหรือการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบคุณภาพทางกายภาพของเครื่องดนตรีอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้พิณที่ไม่มีตำหนิโครงสร้างและพร้อมสำหรับการฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบด้วยตนเองตามเช็กลิสต์ต่อไปนี้จะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลังได้เป็นอย่างดี
จุดแรกที่ต้องตรวจสอบคือความตรงของคอพิณ วิธีการตรวจสอบทำได้โดยการยกพิณขึ้นมาในระดับสายตา แล้วมองจากส่วนหัวพิณไล่ลงไปตามแนวคอจนถึงตัวเต้าพิณ คอพิณที่ดีจะต้องตรงขนานไปกับสาย ไม่มีการบิดเบี้ยว โค้งงอ หรือแอ่นเป็นแอ่งกระทะ หากคอพิณมีความโก่งงอจะส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อการเล่น ทำให้ระยะห่างระหว่างสายกับเฟรตผิดเพี้ยนไป และแก้ไขได้ยากหากไม่มีเครื่องมือเฉพาะทาง
ระยะห่างของสายจากช่องกดสายหรือที่เรียกกันว่าแอคชัน เป็นจุดสำคัญถัดมาที่ต้องเช็ก หากระยะแอคชันสูงเกินไปจะทำให้ผู้เล่นต้องใช้นิ้วกดสายแรงขึ้น ส่งผลให้เจ็บนิ้วได้ง่ายและอาจทำให้โน้ตเพี้ยนเมื่อกดสายลงไป แต่หากแอคชันต่ำเกินไป สายพิณจะสั่นไปกระทบกับเฟรตเหล็กจนเกิดเสียงรบกวนที่เรียกว่าเสียงบัซ ระยะแอคชันที่ดีสำหรับมือใหม่ควรมีความสูงที่พอเหมาะ กดแล้วรู้สึกนุ่มมือและไม่มีเสียงรบกวนเมื่อดีดสายเปล่า
การตรวจสอบความเรียบร้อยของงานประกอบและเฟรตก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง ให้ลองใช้นิ้วมือลูบเบาๆ ไปตามขอบด้านข้างของคอพิณทั้งสองฝั่ง เพื่อเช็กว่ามีปลายเฟรตเหล็กยื่นโผล่ออกมาจนคมหรือบาดมือหรือไม่ งานเข้าไม้บริเวณรอยต่อระหว่างคอพิณกับเต้าพิณต้องมีความแนบสนิท ไม่มีรอยร้าว รอยแยก หรือคราบกาวที่เลอะเทอะ เพราะรอยต่อที่ไม่แข็งแรงอาจส่งผลให้พิณเกิดความเสียหายได้ง่ายเมื่อตึงสายทิ้งไว้เป็นเวลานาน
เมื่อตรวจสอบโครงสร้างภายนอกเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการทดสอบเสียงโดยการดีดสายเปล่าทีละสายเพื่อฟังความกังวาน จากนั้นให้ลองใช้นิ้วกดและดีดไล่ไปทีละเฟรต ตั้งแต่เฟรตแรกจนถึงเฟรตสุดท้าย เพื่อตรวจสอบว่ามีช่องใดที่เสียงบอดหรือมีเสียงสั่นเครือผิดปกติหรือไม่ หากพบว่ามีเสียงบอดในบางช่อง แสดงว่าการปรับแต่งเฟรตยังไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งควรหลีกเลี่ยงหรือขอให้ทางร้านปรับแต่งให้เรียบร้อยก่อนรับสินค้า
สุดท้ายนี้ หากคุณซื้อพิณจากช่างทำพิณโดยตรงหรือร้านค้าเครื่องดนตรีที่มีความเชี่ยวชาญ ควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทของไม้ที่ใช้ ว่าผ่านกระบวนการอบแห้งตามธรรมชาติหรืออบด้วยเครื่องมานานแค่ไหน รวมถึงสอบถามเกี่ยวกับข้อจำกัดในการดูแลรักษาและการรับประกันสินค้า เพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจธรรมชาติของพิณตัวนั้นๆ และสามารถดูแลรักษาได้อย่างถูกวิธีเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานที่สุด
อุปกรณ์เสริมและการดูแลรักษาพิณสำหรับมือใหม่
การมีพิณที่ดีเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นฝึกซ้อมอย่างราบรื่น การเตรียมอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นและการเรียนรู้วิธีการดูแลรักษาอย่างถูกต้องจะช่วยยืดอายุการใช้งานของพิณและทำให้การฝึกซ้อมของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย
อุปกรณ์เสริมพื้นฐานที่มือใหม่ทุกคนควรมีติดตัวไว้ประกอบด้วยปิ๊กดีดพิณที่มีความหนาระดับปานกลาง (ประมาณ 0.5 ถึง 0.8 มิลลิเมตร) เนื่องจากมีความยืดหยุ่นพอสมควร ช่วยให้ควบคุมน้ำหนักการดีดได้ง่ายและไม่ทำให้สายขาดง่ายจนเกินไป ถัดมาคือเครื่องตั้งสายแบบหนีบหัวพิณ ซึ่งเป็นตัวเลือกที่สะดวกและแม่นยำที่สุดสำหรับมือใหม่ ช่วยให้เครื่องดนตรีอยู่ในคีย์ที่ถูกต้องเสมอ และสุดท้ายคือกระเป๋าใส่พิณที่ช่วยป้องกันรอยขีดข่วน ฝุ่นละออง และการกระแทกจากการพกพาเดินทาง
ประเทศไทยมีสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นและมีฤดูฝนที่ยาวนาน ซึ่งสภาพแวดล้อมเช่นนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเครื่องดนตรีที่ทำจากไม้ธรรมชาติ ความชื้นที่สูงเกินไปอาจทำให้เนื้อไม้ขยายตัว ส่งผลให้คอพิณบิดงอหรือกาวตามรอยต่อเสื่อมสภาพ ในขณะที่การอยู่ในห้องปรับอากาศที่แห้งและเย็นจัดแล้วนำออกไปเจอกับอากาศร้อนภายนอกทันทีก็อาจทำให้ไม้หดตัวอย่างรวดเร็วจนเกิดรอยร้าวได้ ดังนั้น ควรเก็บพิณไว้ในกระเป๋าใส่พิณเสมอเมื่อไม่ได้ใช้งาน หลีกเลี่ยงการวางพิณไว้ในบริเวณที่โดนแสงแดดส่องถึงโดยตรง ใกล้เครื่องปรับอากาศ หรือทิ้งไว้ในรถยนต์ที่จอดกลางแจ้ง
การทำความสะอาดหลังการเล่นทุกครั้งเป็นขั้นตอนง่ายๆ ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของสายพิณและตัวไม้ได้อย่างดีเยี่ยม ให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์แห้งและสะอาดเช็ดคราบเหงื่อและไขมันออกจากสายพิณและคอพิณหลังการฝึกซ้อม เพื่อป้องกันไม่ให้สายพิณเกิดสนิมและช่วยรักษาผิวไม้ให้สวยงามอยู่เสมอ เมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนสายพิณด้วยตนเอง ควรเปลี่ยนทีละสายแทนการถอดสายออกพร้อมกันทั้งหมด เพื่อรักษาแรงตึงบนคอพิณให้คงที่และป้องกันไม่ให้หย่องหลังเคลื่อนที่จนส่งผลต่อระยะความยาวสเกลของเครื่องดนตรี
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
มือใหม่ควรเริ่มหัดเล่นพิณไฟฟ้าหรือพิณโปร่งก่อนดี
การตัดสินใจเลือกซื้อระหว่างพิณโปร่งและพิณไฟฟ้าขึ้นอยู่กับสถานที่ฝึกซ้อมและงบประมาณของคุณเป็นหลัก พิณโปร่งมีข้อดีคือมีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก สามารถหยิบขึ้นมาเล่นได้ทันทีทุกที่ทุกเวลาโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออุปกรณ์ใดๆ และมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกซ้อมในบรรยากาศที่เงียบสงบหรือมีงบประมาณจำกัด ในขณะที่พิณไฟฟ้าจะต้องใช้งานร่วมกับแอมป์ขยายเสียงจึงจะสามารถได้ยินเสียงที่สมบูรณ์แบบ มีข้อดีคือสามารถปรับแต่งโทนเสียงได้หลากหลายผ่านเอฟเฟกต์ และสามารถเสียบหูฟังเพื่อฝึกซ้อมแบบเงียบๆ ได้โดยไม่รบกวนผู้อื่น หากคุณต้องการความยืดหยุ่นสูงสุด พิณโปร่งไฟฟ้าที่สามารถเล่นแบบโปร่งธรรมดาและเสียบต่อแอมป์ได้เมื่อต้องการ ถือเป็นทางเลือกสายกลางที่ตอบโจทย์ได้ครอบคลุมที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น
ต้องมีความรู้เรื่องโน้ตดนตรีไทยก่อนเริ่มเล่นพิณหรือไม่
คุณไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องโน้ตดนตรีไทยเดิมหรือทฤษฎีดนตรีสากลมาก่อนก็สามารถเริ่มต้นเรียนรู้การเล่นพิณได้อย่างแน่นอน ในปัจจุบันระบบการเรียนการสอนพิณสำหรับผู้เริ่มต้นได้รับการพัฒนาให้เข้าใจง่ายขึ้นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่มักจะใช้ระบบโน้ตตัวเลขหรือการใช้แท็บซึ่งเป็นการบอกตำแหน่งการกดนิ้วบนเฟรตและสายพิณโดยตรง ทำให้ผู้เล่นสามารถเข้าใจและกดตามได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องอ่านโน้ตบรรทัดห้าเส้นเป็น นอกจากนี้ ดนตรีพิณเป็นดนตรีที่เน้นการฟังและการจดจำท่วงทำนอง การฝึกฝนด้วยการฟังเพลงบ่อยๆ และฝึกดีดตามคลิปวิดีโอสาธิตจึงเป็นวิธีการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงและช่วยให้คุณสามารถบรรเลงเพลงโปรดได้ในระยะเวลาอันสั้น ขอเพียงมีความตั้งใจและการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอเป็นสำคัญ
พูดคุยกับชุมชน
แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่