สื่อ ดนตรี และหนังสือ คู่มือที่ใช้ได้จริง
อุปกรณ์เสริมเครื่องดนตรี

วิธีเลือกอุปกรณ์กันเสียงและปรับสภาพเสียงสำหรับห้องซ้อมดนตรีให้เหมาะกับการใช้งาน

คู่มือเลือกอุปกรณ์กันเสียงและปรับสภาพเสียงสำหรับห้องซ้อมดนตรีอย่างถูกต้อง เข้าใจความแตกต่างระหว่างการกันเสียงและการซับเสียง พร้อมวิธีประเมินห้องและติดตั้งด้วยตนเองเพื่อมิติเสียงที่ดีที่สุด

เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google

การสร้างห้องซ้อมดนตรีส่วนตัวหรือห้องซ้อมสำหรับใช้งานทั่วไปให้มีประสิทธิภาพนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกอุปกรณ์กันเสียงและปรับสภาพเสียงที่ถูกต้องตรงกับปัญหาที่เผชิญอยู่ บ่อยครั้งที่ผู้ใช้งานสับสนระหว่างการป้องกันเสียงรั่วไหลออกไปภายนอกกับการปรับปรุงคุณภาพเสียงภายในห้อง ทำให้สูญเสียงบประมาณไปกับวัสดุที่ไม่ตอบโจทย์ การเลือกซื้ออุปกรณ์เหล่านี้จึงต้องพิจารณาจากประเภทเครื่องดนตรี ลักษณะโครงสร้างห้อง และเป้าหมายการใช้งานเป็นหลัก เพื่อให้ได้ห้องซ้อมที่ใช้งานได้จริงโดยไม่รบกวนผู้อื่นและมีมิติเสียงที่สมบูรณ์แบบ

แยกแยะความต้องการ: การกันเสียงกับการปรับสภาพเสียง

ก่อนที่จะเลือกซื้ออุปกรณ์ใดๆ สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือความแตกต่างระหว่าง “การกันเสียง” (Soundproofing) และ “การปรับสภาพเสียง” (Acoustic Treatment) เนื่องจากทั้งสองสิ่งนี้ใช้หลักการทางฟิสิกส์และวัสดุที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเลือกใช้วัสดุผิดประเภทนอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหาแล้ว ยังทำให้เสียพื้นที่ใช้สอยในห้องไปโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วย

การกันเสียง (Soundproofing) คือการสกัดกั้นไม่ให้พลังงานเสียงเดินทางข้ามผ่านจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง เช่น การป้องกันเสียงเครื่องดนตรีเล็ดลอดออกไปรบกวนเพื่อนบ้าน หรือการป้องกันเสียงรถยนต์จากภายนอกเข้ามาขัดจังหวะการซ้อม การกันเสียงจำเป็นต้องใช้วัสดุที่มีความหนาแน่นสูง มีมวลมาก และไม่มีช่องอากาศให้เสียงเล็ดลอดได้ เช่น แผ่นยางกันเสียง แผ่นยิปซัมบอร์ดความหนาแน่นสูง หรือโครงสร้างผนังสองชั้น

สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้

Xiaomi แผ่นซับเสียง ฟองน้ำลดเสียงสะท้อน12pcs 30*30*5cm เหมาะกับห้องซ้อมดนตรี ห้องเกมส์ Room Soundproof Foam Wall ฟองน้ำ Pad
No Brand Xiaomi แผ่นซับเสียง ฟองน้ำลดเสียงสะท้อน12pcs 30*30*5cm เหมาะกับห้องซ้อมดนตรี ห้องเกมส์ Room Soundproof Foam Wall ฟองน้ำ Pad ฿305.00฿618.00 ดูสินค้า →
(12 แผ่น/แพ็ค)แผงอะคูสติก 30*30*5CM แผ่นซับเสียง แพ็คมีกาวในตัวแผ่นผนังกันเสียง Room Soundproof Foam Wall ฟองน้ำ Pad
No Brand (12 แผ่น/แพ็ค)แผงอะคูสติก 30*30*5CM แผ่นซับเสียง แพ็คมีกาวในตัวแผ่นผนังกันเสียง Room Soundproof Foam Wall ฟองน้ำ Pad ฿399.00฿599.00 ดูสินค้า →
แผงโฟมอะคูสติก 3D(5/10แพ็ค)แผ่นเก็บเสียงห้อง กันเสียงได้ 99.9% 30x30x0.9ซม. มีกาวในตัว ความหนาแน่นสูง กันเสียง
No Brand แผงโฟมอะคูสติก 3D(5/10แพ็ค)แผ่นเก็บเสียงห้อง กันเสียงได้ 99.9% 30x30x0.9ซม. มีกาวในตัว ความหนาแน่นสูง กันเสียง ฿275.00฿550.00 ดูสินค้า →
แผ่นซับเสียง 12 แผ่น/แพ๊ค 30x30x5cm แผงโฟมอะคูสติก แผ่นกันเสียง ฟองน้ำซับเสียง พร้อมกาวในตัว ผนังกันเสียง กันร้อน ติดตั้งง่าย
No Brand แผ่นซับเสียง 12 แผ่น/แพ๊ค 30x30x5cm แผงโฟมอะคูสติก แผ่นกันเสียง ฟองน้ำซับเสียง พร้อมกาวในตัว ผนังกันเสียง กันร้อน ติดตั้งง่าย ฿366.00฿758.00 ดูสินค้า →
แผ่นซับเสียง ฉนวนกันเสียง โฟมซับเสียง แผ่นกันเสียงสะท้อน ฟองน้ำกันเสียง แผ่นโฟมติดผนัง ห้องเก็บเสียง ห้องเล่นเกมส์ ห้องอัดเสียง
ZANZAN แผ่นซับเสียง ฉนวนกันเสียง โฟมซับเสียง แผ่นกันเสียงสะท้อน ฟองน้ำกันเสียง แผ่นโฟมติดผนัง ห้องเก็บเสียง ห้องเล่นเกมส์ ห้องอัดเสียง ฿21.00฿46.00 ดูสินค้า →
แผ่นซับเสียง โฟมกันเสียงสะท้อน สำหรับห้องเกมส์ ห้องดนตรี แผ่นโฟมเก็บเสียง ฉนวนกันเสียง แบบติดผนัง
No Brand แผ่นซับเสียง โฟมกันเสียงสะท้อน สำหรับห้องเกมส์ ห้องดนตรี แผ่นโฟมเก็บเสียง ฉนวนกันเสียง แบบติดผนัง ฿21.00฿44.00 ดูสินค้า →
GREENIKA แผ่นซับเสียงกาวในตัว แผ่น สับ เสียง ติดผนังเเบบ ที่เก็บเสียงห้อง กันความร้อน ขนาด ติดตั้งง่าย
Greenika GREENIKA แผ่นซับเสียงกาวในตัว แผ่น สับ เสียง ติดผนังเเบบ ที่เก็บเสียงห้อง กันความร้อน ขนาด ติดตั้งง่าย ฿88.00฿226.00 ดูสินค้า →
🔥 100x600ซม.=6ตร.ม.🔥แผ่นเก็บเสียง แผ่นฉนวนกันเสียง รับประกัน 30ปี แผ่นซับเสียง แผ่นซับเสียงห้อง โฟมกันเสียง ฟองน้ำซับเสียง
No Brand 🔥 100x600ซม.=6ตร.ม.🔥แผ่นเก็บเสียง แผ่นฉนวนกันเสียง รับประกัน 30ปี แผ่นซับเสียง แผ่นซับเสียงห้อง โฟมกันเสียง ฟองน้ำซับเสียง ฿734.00฿1,468.00 ดูสินค้า →

ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดในหน้าสินค้า

ในทางกลับกัน การปรับสภาพเสียง (Acoustic Treatment) คือการควบคุมทิศทางและการสะท้อนของเสียงภายในห้องซ้อม เพื่อให้เสียงที่ได้ยินมีความคมชัด ไม่ก้อง และไม่เกิดการทับซ้อนของความถี่จนฟังไม่รู้เรื่อง วัสดุที่ใช้ในกลุ่มนี้จะเป็นวัสดุที่มีรูพรุน น้ำหนักเบา เช่น ฟองน้ำซับเสียง แผ่นใยโพลีเอสเตอร์ หรือแผ่นกระจายเสียง ซึ่งทำหน้าที่ซับพลังงานเสียงหรือกระจายคลื่นเสียงไม่ให้สะท้อนกลับมายังหูของผู้เล่นโดยตรง

ข้อจำกัดที่พบบ่อยที่สุดคือความเข้าใจผิดว่าฟองน้ำซับเสียงหรือแผ่นโฟมแปะผนังสามารถกันเสียงไม่ให้ทะลุออกไปนอกห้องได้ ในความเป็นจริงวัสดุเหล่านี้ทำได้เพียงลดเสียงสะท้อนภายในห้องเท่านั้น พลังงานเสียงส่วนใหญ่ยังคงทะลุผ่านผนังปูนหรือผนังไม้ธรรมดาออกไปภายนอกได้เกือบทั้งหมด ดังนั้นหากปัญหาหลักของคุณคือการถูกร้องเรียนจากเพื่อนบ้าน การซื้อฟองน้ำมาแปะผนังเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้เลย

การประเมินปัญหาจึงต้องเริ่มจากการแยกแยะว่าคุณต้องการแก้ปัญหาใด หากต้องการความเป็นส่วนตัวและไม่ต้องการรบกวนใคร คุณต้องมุ่งเน้นไปที่ระบบกันเสียงและการปิดรอยรั่วรอบห้อง แต่หากต้องการให้เสียงกลอง เสียงกีตาร์ หรือเสียงร้องในห้องมีความชัดเจน มีมิติที่ดี และไม่ก้องจนหูอื้อ คุณต้องเลือกใช้อุปกรณ์ปรับสภาพเสียงเป็นหลัก

เกณฑ์การเลือกอุปกรณ์ตามประเภทเครื่องดนตรีและลักษณะห้อง

เครื่องดนตรีแต่ละชนิดมีช่วงความถี่และลักษณะการกำเนิดเสียงที่แตกต่างกัน การเลือกอุปกรณ์กันเสียงและปรับสภาพเสียงจึงต้องปรับเปลี่ยนไปตามประเภทของเครื่องดนตรีที่ใช้งานในห้องซ้อม เพื่อให้การควบคุมเสียงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและประหยัดงบประมาณได้มากที่สุด

แผ่นซับเสียง

สำหรับเครื่องดนตรีอะคูสติกและเครื่องสาย เช่น กีตาร์โปร่ง ไวโอลิน หรือการซ้อมร้องเพลง เครื่องดนตรีกลุ่มนี้จะเน้นการกำเนิดเสียงในย่านความถี่กลางถึงสูง (Mid-to-High Frequencies) ปัญหาที่มักพบในห้องซ้อมคือเสียงสะท้อนกลับไปกลับมาอย่างรวดเร็วระหว่างผนังขนาน (Flutter Echo) ซึ่งทำให้เสียงเครื่องดนตรีพร่ามัว การเลือกใช้แผ่นดูดซับเสียงที่มีความหนาปานกลางติดตั้งตามจุดสะท้อนหลักก็เพียงพอที่จะทำให้มิติเสียงกลับมาคมชัด

สำหรับเครื่องดนตรีไฟฟ้าและกลองชุด ปัญหาจะมีความซับซ้อนขึ้นมากเนื่องจากมีพลังงานย่านความถี่ต่ำ (Low Frequencies) และแรงสั่นสะเทือนเชิงโครงสร้าง (Impact Noise) เข้ามาเกี่ยวข้อง เสียงเบสจากตู้แอมป์หรือเสียงกระเดื่องกลองสามารถเดินทางผ่านโครงสร้างอาคาร เช่น พื้นและเสาปูน ไปยังห้องข้างเคียงได้ง่ายมาก การจัดการกับเครื่องดนตรีกลุ่มนี้จำเป็นต้องใช้ระบบแยกโครงสร้าง (Decoupling) เช่น การใช้แผ่นยางรองขาแอมป์ การทำเวทีกลองแบบลอยตัว (Drum Riser) ร่วมกับการติดตั้งกับดักเสียงเบสหนาพิเศษตามมุมห้อง

ขนาดและรูปทรงของห้องซ้อมก็เป็นปัจจัยกำหนดพฤติกรรมของเสียง ห้องซ้อมขนาดเล็กมักมีปัญหาเรื่องพลังงานเสียงเบสสะสมตามมุมห้องมากกว่าห้องขนาดใหญ่ เนื่องจากความยาวคลื่นของเสียงต่ำมีความยาวใกล้เคียงกับขนาดของห้อง ทำให้เกิดปรากฏการณ์คลื่นนิ่ง (Standing Waves) ที่ทำให้เสียงเบสบางจุดในห้องดังเกินไปและบางจุดหายไป การเลือกอุปกรณ์จึงต้องเน้นการติดตั้งกับดักเสียงเบสในห้องขนาดเล็กมากกว่าการประโคมแผ่นซับเสียงบางๆ ทั่วทั้งห้อง

นอกจากนี้ ห้องที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสจะเกิดปัญหาเสียงสะท้อนรุนแรงกว่าห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้า เนื่องจากระยะห่างระหว่างผนังทั้งสองด้านเท่ากัน ทำให้คลื่นเสียงสะท้อนกลับมาเจอกันในตำแหน่งเดิมซ้ำๆ การเลือกตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์ปรับสภาพเสียงในห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสจึงต้องมีความแม่นยำและอาจต้องใช้อุปกรณ์ประเภทแผ่นกระจายเสียงเข้ามาช่วยหักเหทิศทางคลื่นเสียงเพิ่มเติม

ประเภทของวัสดุและอุปกรณ์ปรับสภาพเสียงที่นิยมใช้ในห้องซ้อม

เมื่อเข้าใจความต้องการและลักษณะของห้องแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกประเภทวัสดุและอุปกรณ์ปรับสภาพเสียงให้เหมาะสม ซึ่งในท้องตลาดมีตัวเลือกหลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละประเภทมีหน้าที่เฉพาะเจาะจงดังนี้

แผ่นดูดซับเสียง (Acoustic Panels/Foam) เป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด มีหน้าที่หลักในการลดเสียงสะท้อนในย่านความถี่กลางและสูง ผลิตจากวัสดุหลายประเภท เช่น ฟองน้ำโพลียูรีเทน หรือแผ่นใยโพลีเอสเตอร์อัดแน่น แผ่นดูดซับเสียงที่ดีควรมีความหนาแน่นที่เหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพในการซับเสียงที่ลึกขึ้น การเลือกใช้งานควรผสมผสานระหว่างแผ่นซับเสียงแบบหุ้มผ้าที่ดูสวยงามกับฟองน้ำซับเสียงในจุดที่ต้องการควบคุมเสียงสะท้อนเฉพาะจุด

กับดักเสียงเบส (Bass Traps) คืออุปกรณ์ปรับสภาพเสียงที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับย่านความถี่ต่ำโดยเฉพาะ มักมีลักษณะเป็นทรงสามเหลี่ยมเพื่อติดตั้งบริเวณมุมห้องซึ่งเป็นจุดที่พลังงานเสียงเบสมักจะไปสะสมตัว การละเลยไม่ติดตั้งกับดักเสียงเบสจะทำให้ห้องซ้อมมีเสียงบวม ทึบ และทำให้การปรับแต่งเสียงเครื่องดนตรีทำได้ยาก เนื่องจากผู้เล่นจะได้ยินเสียงย่านต่ำที่บิดเบือนไปจากความเป็นจริง

แผ่นกระจายเสียง (Diffusers) ทำหน้าที่กระจายคลื่นเสียงที่ตกกระทบให้สะท้อนออกไปหลายทิศทางอย่างทั่วถึง แทนที่จะดูดซับเสียงให้หายไปทั้งหมด อุปกรณ์ชนิดนี้มักทำจากไม้หรือพลาสติกขึ้นรูปที่มีความสูงต่ำไม่เท่ากัน การใช้แผ่นกระจายเสียงช่วยให้ห้องซ้อมดนตรียังคงมีความรู้สึก “มีชีวิตชีวา” (Live) ไม่เงียบงันจนอึดอัด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับติดตั้งไว้ที่ผนังด้านหลังของผู้เล่นหรือเพดานห้อง

ฉากกั้นกันเสียง (Acoustic Shields) หรือแผงกั้นเสียงแบบเคลื่อนย้ายได้ เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการซ้อมและการบันทึกเสียง ฉากกั้นเหล่านี้สามารถนำมาตั้งรอบๆ ตัวนักร้อง ตู้แอมป์กีตาร์ หรือชุดกลอง เพื่อลดการรั่วไหลของเสียงข้ามไปยังไมโครโฟนตัวอื่น และช่วยลดเสียงสะท้อนจากผนังที่อยู่ใกล้เคียงได้ทันทีโดยไม่ต้องเจาะยึดผนังถาวร

ขั้นตอนการประเมินห้องและวางแผนการติดตั้งด้วยตนเอง

การปรับปรุงห้องซ้อมดนตรีให้ได้ผลดีไม่จำเป็นต้องพึ่งพาช่างผู้เชี่ยวชาญเสมอไป หากคุณมีการวางแผนและประเมินห้องอย่างเป็นระบบก่อนการเลือกซื้ออุปกรณ์ โดยสามารถเริ่มต้นทำตามขั้นตอนง่ายๆ ได้ด้วยตนเอง

ขั้นตอนแรกคือการทดสอบหาจุดรั่วไหลของเสียงและจุดเกิดเสียงก้อง วิธีการหาเสียงสะท้อนที่ง่ายที่สุดคือ “การปรบมือ” (Hand-clap Test) ให้คุณเดินปรบมือไปรอบๆ ห้องแล้วฟังเสียงสะท้อนที่ตามมา หากได้ยินเสียงสะท้อนแหลมๆ คล้ายเสียงโลหะสั่น (Flutter Echo) แสดงว่าบริเวณผนังขนานจุดนั้นจำเป็นต้องติดตั้งแผ่นดูดซับเสียง ส่วนการหาจุดรั่วไหลของเสียงภายนอก ให้เปิดเพลงที่มีเสียงเบสหนาๆ ในห้อง แล้วเดินสำรวจรอบบ้านเพื่อดูว่าเสียงเล็ดลอดออกไปทางช่องประตู หน้าต่าง หรือช่องพัดลมระบายอากาศจุดใดมากที่สุด

ขั้นตอนที่สองคือการคำนวณพื้นที่ผิวผนังและเพดานเพื่อประมาณการจำนวนแผ่นดูดซับเสียงที่ต้องใช้ หลักการสำคัญคือไม่ควรติดตั้งแผ่นซับเสียงจนเต็มพื้นที่ 100% ของห้อง เพราะจะทำให้ห้องเงียบเกินไปจนเสียงดนตรีแห้งแล้งและไม่มีมิติ สำหรับห้องซ้อมดนตรีทั่วไป แนะนำให้ติดตั้งแผ่นดูดซับเสียงครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 30% ถึง 40% ของพื้นที่ผนังทั้งหมด โดยคำนวณจากพื้นที่ผนังแต่ละด้านแล้วเฉลี่ยการติดตั้งให้กระจายตัวอย่างทั่วถึง

ขั้นตอนสุดท้ายคือการจัดลำดับความสำคัญในการติดตั้ง ควรเริ่มต้นจากมุมห้องก่อนโดยการติดตั้งกับดักเสียงเบสอย่างน้อยสองมุมในระดับความสูงที่ตรงกับตำแหน่งของลำโพงหรือเครื่องดนตรี จากนั้นจึงติดตั้งแผ่นดูดซับเสียงในตำแหน่ง “จุดสะท้อนแรก” (First Reflection Points) ซึ่งก็คือบริเวณผนังด้านข้างซ้ายและขวาที่อยู่กึ่งกลางระหว่างตำแหน่งของเครื่องดนตรีกับตำแหน่งของผู้ฟัง การติดตั้งตามลำดับนี้จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงของเสียงได้ชัดเจนที่สุดโดยใช้จำนวนวัสดุน้อยที่สุด

ข้อควรระวังและข้อจำกัดด้านความปลอดภัยในการติดตั้ง

การติดตั้งอุปกรณ์กันเสียงและปรับสภาพเสียงในห้องซ้อมดนตรีมีข้อควรระวังหลายประการที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเชิงโครงสร้าง สภาพแวดล้อม และการใช้งานในระยะยาว ซึ่งผู้ใช้งานควรตระหนักถึงก่อนเริ่มดำเนินการ

เรื่องแรกที่ต้องพิจารณาคือโครงสร้างของผนังและเพดาน แผ่นซับเสียงบางประเภท โดยเฉพาะแผ่นซับเสียงที่ทำจากไม้หนาหรือแผ่นยิปซัมบอร์ดหลายชั้น มีน้ำหนักค่อนข้างมาก ก่อนทำการเจาะยึดหรือใช้กาวตะปูติดตั้ง ต้องมั่นใจว่าผนังเดิมหรือโครงฝ้าเพดานสามารถรองรับน้ำหนักส่วนเพิ่มนี้ได้เพื่อป้องกันการร่วงหล่นลงมาสร้างความเสียหายหรืออันตรายต่อผู้ใช้งาน

เรื่องที่สองคือสภาพอากาศและความชื้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับประเทศไทยที่มีภูมิอากาศร้อนชื้นและมีฤดูฝนที่ยาวนาน การทำห้องกันเสียงมักทำให้ห้องมีความทึบและไม่มีช่องระบายอากาศ หากเลือกใช้ฟองน้ำซับเสียงที่ไม่มีคุณภาพหรือติดตั้งในจุดที่มีความชื้นสะสม อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและไรฝุ่น ส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจของผู้ซ้อมดนตรี จึงควรเลือกใช้วัสดุที่ไม่ซับความชื้น เช่น แผ่นใยโพลีเอสเตอร์ และควรวางระบบระบายอากาศที่มีท่อเก็บเสียง (Acoustic Baffle Box) เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้โดยที่เสียงไม่รั่วไหล

สุดท้ายนี้ หากประเมินแล้วพบว่าปัญหาเสียงดังเกินกว่าที่วัสดุแปะผนังทั่วไปจะรับมือได้ เช่น ต้องการซ้อมกลองชุดสดในตึกแถวที่มีผนังติดกับเพื่อนบ้าน การแก้ไขด้วยตัวเองอาจไม่ปลอดภัยและไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ เนื่องจากต้องใช้การคำนวณทางวิศวกรรมเพื่อสร้างโครงสร้างห้องซ้อนห้อง (Room-within-a-Room) ในกรณีเช่นนี้ ควรหยุดดำเนินการติดตั้งเองและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอะคูสติกโดยตรงเพื่อความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารและประสิทธิภาพในการกันเสียงที่แท้จริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกอุปกรณ์กันเสียง (FAQ)

แผ่นโฟมกันเสียงแบบไข่ไก่สามารถป้องกันเสียงรบกวนเพื่อนบ้านได้จริงหรือไม่

แผ่นโฟมหรือฟองน้ำซับเสียงลายรังไข่ไม่สามารถป้องกันเสียงรบกวนเพื่อนบ้านได้ เนื่องจากตัววัสดุมีความหนาแน่นต่ำและมีรูพรุนสูง พลังงานเสียงจึงสามารถทะลุผ่านตัวโฟมและผนังห้องออกไปภายนอกได้เกือบทั้งหมด หน้าที่ที่แท้จริงของโฟมไข่ไก่คือการลดเสียงสะท้อนและควบคุมเสียงก้องภายในห้องซ้อมเท่านั้น หากต้องการกันเสียงรั่วไหลจำเป็นต้องใช้วัสดุที่มีมวลหนาแน่นสูง เช่น แผ่นยางกันเสียงหรือการเสริมผนังยิปซัมหนาหลายชั้น

ควรติดตั้งอุปกรณ์ปรับสภาพเสียงครอบคลุมทั้งห้องหรือเพียงบางจุด

ควรติดตั้งเพียงบางจุดตามตำแหน่งสำคัญเท่านั้น การติดตั้งแผ่นซับเสียงครอบคลุมผนังทั้งหมด 100% จะทำให้ห้องซ้อมกลายเป็นห้องที่เงียบสนิทจนเกินไป (Dead Room) ซึ่งส่งผลให้ผู้เล่นรู้สึกอึดอัด หูอื้อ และต้องใช้พลังในการเล่นหรือเปิดแอมป์ดังขึ้นกว่าปกติเนื่องจากไม่มีเสียงสะท้อนตามธรรมชาติหลงเหลืออยู่ การติดตั้งที่ดีควรเน้นการกระจายจุดติดตั้งประมาณ 30% ถึง 40% ของพื้นที่ผนัง โดยเน้นที่มุมห้องและจุดสะท้อนแรกเพื่อรักษาความสมดุลของมิติเสียง

พูดคุยกับชุมชน

แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่

ร่วมการสนทนา

จำเป็นต้องระบุชื่อและอีเมล อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ และไม่อนุญาตให้ใส่ลิงก์