สื่อ ดนตรี และหนังสือ คู่มือที่ใช้ได้จริง
กีตาร์

วิธีเลือกหนังสือคอร์ดกีต้าร์สำหรับมือใหม่ พร้อมเช็กลิสต์ก่อนซื้อเพื่อฝึกเล่นอย่างมีประสิทธิภาพ

คู่มือเลือกหนังสือคอร์ดกีต้าร์สำหรับมือใหม่ เรียนรู้วิธีประเมินเนื้อหา ตรวจสอบรูปเล่ม และเช็กลิสต์สำคัญก่อนซื้อ เพื่อให้คุณเริ่มต้นฝึกเล่นกีต้าร์ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด

เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google

การเริ่มต้นเรียนรู้กีต้าร์โปร่งหรือกีต้าร์ไฟฟ้าด้วยตัวเองเป็นเส้นทางที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความท้าทาย สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นเล่น คำถามแรกที่มักเกิดขึ้นคือจะเลือกแหล่งเรียนรู้หรือคู่มืออย่างไรดี ท่ามกลางหนังสือคอร์ดกีต้าร์ที่มีวางจำหน่ายมากมายในท้องตลาด การเลือกเล่มที่เหมาะสมกับระดับทักษะของตนเองจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณฝึกฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่รู้สึกท้อแท้ไปเสียก่อน และสามารถพัฒนาทักษะการเล่นได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน

หนังสือคอร์ดกีต้าร์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้นไม่ใช่หนังสือที่รวบรวมเพลงไว้มากที่สุด แต่เป็นหนังสือที่ออกแบบมาเพื่อปูพื้นฐานอย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การทำความเข้าใจแผนภาพคอร์ดที่ชัดเจน การจัดวางตำแหน่งนิ้วมือที่ถูกต้อง ไปจนถึงแบบฝึกหัดการเปลี่ยนคอร์ดและจังหวะการดีดพื้นฐาน การเลือกหนังสือที่มีภาพประกอบเข้าใจง่ายและมีโครงสร้างบทเรียนที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการฝึกฝนที่ผิดวิธี ซึ่งอาจนำไปสู่อาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหรือการสร้างนิสัยการเล่นที่ไม่ถูกต้องในระยะยาว การประเมินประเภทของหนังสือและตรวจสอบรายละเอียดของเนื้อหาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม

เกณฑ์สำคัญในการเลือกหนังสือคอร์ดกีต้าร์สำหรับมือใหม่

เมื่อคุณก้าวเท้าเข้าไปในร้านหนังสือหรือเลือกดูผ่านช่องทางออนไลน์ สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือโครงสร้างภายในของหนังสือเล่มนั้นๆ สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มีพื้นฐานเลย เกณฑ์การเลือกซื้อควรเน้นไปที่ความง่ายในการทำความเข้าใจและการนำไปปฏิบัติจริงเป็นหลัก โดยสามารถแบ่งเกณฑ์สำคัญออกเป็นสามด้านหลักๆ ดังนี้

สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้

ประการแรกคือความชัดเจนของแผนภาพคอร์ดและคำอธิบายท่าทางการจับนิ้ว แผนภาพคอร์ดหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าตารางคอร์ดควรมีขนาดใหญ่พอที่จะมองเห็นได้ชัดเจนโดยไม่ต้องเพ่ง มีการระบุตำแหน่งเฟรตและสายกีต้าร์อย่างถูกต้อง ที่สำคัญที่สุดคือต้องมีตัวเลขระบุชัดเจนว่าควรใช้นิ้วใดในการกดลงบนสายแต่ละเส้น หนังสือบางเล่มอาจมีภาพถ่ายจริงของมือผู้เล่นประกอบคู่กับแผนภาพ ซึ่งจะช่วยให้มือใหม่เข้าใจมุมการวางข้อมือและการกางนิ้วได้ดียิ่งขึ้น ป้องกันการจับคอร์ดในลักษณะที่เกร็งเกินไปจนทำให้ปวดมือ

ประการที่สองคือการเรียงลำดับความยากง่ายของบทเรียนและแบบฝึกหัดเปลี่ยนคอร์ดอย่างเป็นขั้นตอน หนังสือที่ดีไม่ควรข้ามขั้นตอนจากคอร์ดง่ายๆ ไปสู่คอร์ดทาบที่ต้องใช้แรงกดมหาศาลทันที แต่ควรเริ่มจากคอร์ดเปิดที่ใช้เพียงไม่กี่นิ้ว เช่น คอร์ด C, Am, Em หรือ G จากนั้นจึงค่อยๆ แนะนำแบบฝึกหัดการเปลี่ยนคอร์ดสลับไปมาในจังหวะที่ช้าๆ การฝึกเปลี่ยนคอร์ดนี้เป็นอุปสรรคด่านแรกของมือใหม่ ดังนั้น หนังสือที่มีแบบฝึกหัดเฉพาะสำหรับการย้ายนิ้วอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยลดความกดดันและสร้างความจำของกล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว

ประการสุดท้ายคือการมีแบบฝึกหัดพื้นฐานด้านจังหวะและการดีดสายก่อนที่จะเข้าสู่บทเพลงจริง มือใหม่หลายคนมักใจร้อนอยากเล่นเพลงโปรดทันที แต่หากปราศจากความเข้าใจเรื่องจังหวะและการคุมจังหวะการดีดขึ้น-ลง การเล่นเพลงก็จะไม่ราบรื่น หนังสือคอร์ดกีต้าร์ที่มีคุณภาพจะบรรจุแบบฝึกหัดการดีดสายเปล่าหรือการดีดคอร์ดเดียวซ้ำๆ ตามห้องจังหวะ เพื่อให้ผู้เรียนคุ้นเคยกับการนับจังหวะและการรักษาความเร็วให้คงที่ ก่อนที่จะนำทักษะเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้กับการเล่นเพลงเต็มรูปแบบในบทถัดไป

ประเภทของหนังสือคอร์ดกีต้าร์ที่เหมาะกับผู้เริ่มต้น

ในตลาดหนังสือดนตรีปัจจุบัน มีการจัดทำหนังสือคอร์ดกีต้าร์ออกมาหลากหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจประเภทของหนังสือเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกเล่มที่ตรงกับเป้าหมายการเรียนรู้และสไตล์การฝึกฝนของตนเองได้ดีที่สุด

หนังสือคอร์ดกีต้าร์

ประเภทแรกคือ หนังสือสอนพื้นฐานแบบครบวงจร หนังสือประเภทนี้เปรียบเสมือนตำราเรียนที่ครอบคลุมตั้งแต่ทฤษฎีดนตรีเบื้องต้นที่จำเป็น เช่น การอ่านโน้ตสากลหรือแท็บ วิธีการตั้งสายกีต้าร์ การดูแลรักษาเครื่องดนตรี ไปจนถึงแบบฝึกหัดไล่ระดับความยาก ข้อดีของหนังสือประเภทนี้คือช่วยให้คุณมีพื้นฐานที่แน่นหนาและเข้าใจที่มาที่ไปของคอร์ดต่างๆ อย่างเป็นระบบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้อย่างจริงจังและต้องการพัฒนาไปสู่การเล่นในระดับที่สูงขึ้นในอนาคต

ประเภทที่สองคือ หนังสือรวมเพลงฮิตฉบับเรียบเรียงง่าย สำหรับผู้ที่ต้องการเน้นความสนุกสนานและอยากเล่นเพลงได้เร็วที่สุด หนังสือประเภทนี้จะนำเพลงยอดนิยมมาปรับเปลี่ยนคอร์ดให้อยู่ในคีย์ที่เล่นง่าย และตัดทอนคอร์ดที่ซับซ้อนออกไป เหลือเพียงคอร์ดพื้นฐานไม่กี่คอร์ดที่มือใหม่สามารถจับได้ ข้อดีคือช่วยสร้างแรงบันดาลใจและทำให้ผู้เรียนรู้สึกเพลิดเพลินกับการฝึกซ้อมเนื่องจากสามารถเล่นเป็นเพลงได้จริงในเวลาอันสั้น อย่างไรก็ตาม ควรใช้ควบคู่กับการศึกษาทฤษฎีพื้นฐานเพื่อไม่ให้ติดนิสัยการเล่นแบบจำคอร์ดเพียงอย่างเดียว

ประเภทที่สามคือ หนังสือที่มีสื่อมัลติมีเดียประกอบ ในยุคดิจิทัลนี้ หนังสือคอร์ดกีต้าร์จำนวนมากได้รับการพัฒนาให้มีคิวอาร์โค้ดหรือลิงก์สำหรับสแกนเพื่อเข้าถึงวิดีโอสาธิต ไฟล์เสียงตัวอย่าง หรือแบ็กกิ้งแทร็กสำหรับฝึกซ้อมร่วมด้วย สื่อเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ เพราะการอ่านจากกระดาษเพียงอย่างเดียวอาจทำให้จินตนาการถึงจังหวะหรือเสียงที่ถูกต้องได้ยาก การได้ยินเสียงจริงและการได้เห็นท่าทางการดีดของครูผู้สอนในวิดีโอจะช่วยแก้ไขข้อผิดพลาดในการฝึกซ้อมด้วยตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เช็กลิสต์ก่อนซื้อ: สิ่งที่มือใหม่ต้องตรวจสอบในหนังสือคอร์ดกีต้าร์

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจจ่ายเงินซื้อหนังสือคอร์ดกีต้าร์ ไม่ว่าจะจากร้านหนังสือทั่วไปหรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซออนไลน์ การตรวจสอบรายละเอียดของรูปเล่มและเนื้อหาภายในอย่างละเอียดเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้หนังสือที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการใช้งานจริง โดยมีเช็กลิสต์สำคัญที่ต้องตรวจสอบดังนี้

ข้อแรก ตรวจสอบการจัดหน้าและการออกแบบรูปเล่ม หนังสือคอร์ดกีต้าร์ที่ดีควรมีการจัดวางเนื้อหาที่สะอาดตา ไม่แออัดจนเกินไป ตัวอักษรและแผนภาพคอร์ดต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะอ่านได้ง่ายในระยะห่างประมาณหนึ่งช่วงแขน เนื่องจากเวลาฝึกซ้อมจริง คุณจะต้องวางหนังสือไว้บนขาตั้งโน้ตหรือบนโต๊ะแล้วมองจากระยะไกล หากตัวหนังสือเล็กหรือเบียดกันเกินไป จะทำให้คุณต้องก้มตัวลงมามอง ซึ่งส่งผลเสียต่อสรีระและท่าทางการนั่งเล่นกีต้าร์ นอกจากนี้ ควรพิจารณาลักษณะการเข้าเล่ม หนังสือที่สามารถกางออกได้ราบ 180 องศา จะใช้งานได้สะดวกกว่าหนังสือที่เข้าเล่มแบบไสกาวธรรมดาซึ่งมักจะเด้งปิดตัวเองอยู่เสมอขณะที่คุณกำลังใช้มือทั้งสองข้างจับกีต้าร์

ข้อสอง ยืนยันระดับความยากและกลุ่มเป้าหมายของหนังสืออย่างชัดเจน อย่าตัดสินใจซื้อเพียงเพราะเห็นหน้าปกสวยงามหรือมีชื่อศิลปินที่คุณชื่นชอบ ให้เปิดดูเนื้อหาภายในเพื่อตรวจสอบว่าหนังสือเล่มนั้นระบุไว้ชัดเจนหรือไม่ว่าเป็นตำราสำหรับผู้เริ่มต้นหรือมือใหม่ หากเปิดเข้าไปแล้วพบแต่โครงสร้างคอร์ดที่ซับซ้อน มีสัญลักษณ์ทางดนตรีที่เข้าใจยาก หรือไม่มีคำอธิบายพื้นฐานเลย หนังสือเล่มนั้นอาจเหมาะสำหรับผู้เล่นระดับกลางขึ้นไป การซื้อหนังสือที่ยากเกินไปมาใช้งานตั้งแต่เริ่มต้นมักจะลงเอยด้วยความท้อแท้และทำให้คุณละทิ้งการฝึกซ้อมไปในที่สุด

ข้อสาม ตรวจสอบความสมบูรณ์ของเนื้อหาและลิขสิทธิ์เพลงที่บรรจุอยู่ภายใน สำหรับหนังสือรวมเพลง ควรตรวจสอบว่าเนื้อเพลงและคอร์ดที่ให้มานั้นมีความถูกต้องและได้รับการเรียบเรียงอย่างเป็นทางการจากผู้จัดพิมพ์ที่มีความน่าเชื่อถือ หนังสือที่ไม่มีลิขสิทธิ์หรือจัดทำขึ้นอย่างลวกๆ มักจะมีข้อผิดพลาดในการวางตำแหน่งคอร์ดไม่ตรงกับคำร้อง หรือใช้คอร์ดที่ผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการฝึกประสาทหูในการฟังเสียงคอร์ดของมือใหม่ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบเวอร์ชันหรือเอดิชันของหนังสือให้แน่ใจว่าเป็นฉบับปรับปรุงล่าสุดที่มีการแก้ไขข้อผิดพลาดจากฉบับพิมพ์ครั้งก่อนๆ แล้ว และห้ามคาดเดาเนื้อหาภายในจากเพียงแค่ชื่อปกหรือรูปหน้าปกเท่านั้น

ข้อสี่ พิจารณาความคุ้มค่าของราคาเมื่อเทียบกับสื่อการสอนเสริมที่มีให้ ตรวจสอบว่าหนังสือมีการแถมลิงก์วิดีโอสอน ไฟล์เสียง หรือแอปพลิเคชันประกอบการเรียนรู้หรือไม่ และสื่อเหล่านั้นยังสามารถเข้าใช้งานได้จริงในปัจจุบัน โดยไม่มีข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ในการเข้าถึงหรือปัญหาความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ หากเป็นหนังสือที่มีราคาสูงกว่าปกติเล็กน้อยแต่มาพร้อมกับวิดีโอสอนอย่างละเอียดทุกบทเรียน ก็อาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าหนังสือราคาถูกที่มีเพียงตัวอักษรและแผนภาพแห้งๆ ซึ่งทำให้คุณต้องไปค้นหาวิธีการเล่นเพิ่มเติมเอาเองบนอินเทอร์เน็ต

ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่มักพบเมื่อใช้หนังสือคอร์ดกีต้าร์

การฝึกฝนกีต้าร์ด้วยตนเองผ่านหนังสือเป็นวิธีที่สะดวกและประหยัด แต่ก็มีหลุมพรางหลายประการที่อาจทำให้การพัฒนาทักษะของคุณล่าช้า หรืออาจก่อให้เกิดนิสัยการเล่นที่ผิดวิธีจนยากจะแก้ไขในภายหลัง การตระหนักถึงข้อควรระวังเหล่านี้จะช่วยให้คุณใช้หนังสือคู่มือได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือ การข้ามแบบฝึกหัดพื้นฐานเพื่อไปเล่นเพลงทันที มือใหม่หลายคนมักจะเปิดข้ามหน้าทฤษฎี ท่าทางการนั่ง และแบบฝึกหัดนิ้ว เพื่อไปยังหน้าเพลงฮิตที่ตนเองชื่นชอบ การทำเช่นนี้มักจะทำให้เกิดปัญหาการจับคอร์ดไม่แน่น เสียงบอด หรือไม่สามารถเปลี่ยนคอร์ดได้ทันตามจังหวะเพลง ยิ่งไปกว่านั้น การฝืนจับคอร์ดที่ยากเกินไปโดยไม่มีการวอร์มอัพหรือฝึกกำลังนิ้วอย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณข้อมือและนิ้วมือได้ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยที่อาจทำให้มือมีเหงื่อออกง่ายและลื่นไถลจนต้องใช้แรงเกร็งนิ้วมากกว่าปกติ

ข้อผิดพลาดประการต่อมาคือ การละเลยการใช้เครื่องเคาะจังหวะหรือเมโทรนอมควบคู่ไปกับการฝึกซ้อม หนังสือคอร์ดกีต้าร์ส่วนใหญ่จะระบุอัตราความเร็วของเพลงไว้ที่หัวกระดาษ แต่การฝึกซ้อมโดยไม่มีเครื่องกำกับจังหวะมักจะทำให้มือใหม่เล่นเร็วขึ้นในท่อนที่จับคอร์ดง่าย และเล่นช้าลงอย่างเห็นได้ชัดในท่อนที่ต้องเปลี่ยนคอร์ด การฝึกเช่นนี้จะทำให้คุณเสียจังหวะดนตรีที่ถูกต้อง ดังนั้น ทุกครั้งที่ฝึกซ้อมตามแบบฝึกหัดในหนังสือ ควรเปิดแอปพลิเคชันเมโทรนอมควบคู่ไปด้วยเสมอ โดยเริ่มจากความเร็วที่ช้ามากๆ ก่อน แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นเมื่อสามารถเปลี่ยนคอร์ดได้ราบรื่นแล้ว

สุดท้ายคือ การไม่สังเกตสัญลักษณ์เทคนิคพิเศษที่ระบุอยู่ในหน้ากระดาษ หนังสือคอร์ดกีต้าร์ที่มีมาตรฐานมักจะใส่สัญลักษณ์พิเศษต่างๆ ไว้ในเนื้อเพลงหรือแท็บ เช่น สัญลักษณ์การดีดขึ้น-ลง สัญลักษณ์การอุดสาย หรือเทคนิคการเล่นลูกเล่นต่างๆ หากคุณละเลยสัญลักษณ์เหล่านี้และดีดกีต้าร์ในลักษณะเดิมตลอดทั้งเพลง เพลงที่เล่นออกมาก็จะขาดมิติและไม่น่าฟัง การสละเวลาทำความเข้าใจความหมายของสัญลักษณ์แต่ละตัวที่หนังสืออธิบายไว้ในบทแรกๆ จะช่วยให้การเล่นของคุณมีความไพเราะและมีเสน่ห์ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากยิ่งขึ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มือใหม่ควรเริ่มฝึกจากหนังสือคอร์ดกีต้าร์ประเภทไหนก่อน?

สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานทางดนตรีเลย ขอแนะนำให้เริ่มต้นจากหนังสือสอนพื้นฐานแบบครบวงจรเป็นเล่มแรก เพื่อเรียนรู้วิธีการจับกีต้าร์ที่ถูกต้อง การวางนิ้ว และการอ่านแผนภาพคอร์ดอย่างเป็นระบบ เมื่อคุณเริ่มจำคอร์ดพื้นฐานได้ประมาณ 4-5 คอร์ด และสามารถเปลี่ยนคอร์ดในจังหวะช้าๆ ได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว จึงค่อยขยับไปซื้อหนังสือรวมเพลงฮิตฉบับเรียบเรียงง่าย เพื่อนำคอร์ดที่ฝึกฝนมาประยุกต์ใช้กับการเล่นเพลงจริง ซึ่งจะช่วยรักษาความสนุกสนานและสร้างแรงบันดาลใจในการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง

หนังสือคอร์ดกีต้าร์ที่มีวิดีโอประกอบจำเป็นแค่ไหน?

สื่อวิดีโอประกอบมีความสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง เพราะช่วยให้เห็นภาพเคลื่อนไหวสามมิติ ทิศทางการดีด และได้ยินเสียงที่ถูกต้องซึ่งตัวอักษรบนกระดาษไม่สามารถสื่อสารได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม หากคุณมีงบประมาณจำกัด หนังสือแบบกระดาษธรรมดาก็เพียงพอสำหรับการฝึกซ้อม หากคุณรู้จักใช้แหล่งข้อมูลออนไลน์อื่นๆ ควบคู่กัน เช่น การค้นหาวิดีโอการเล่นเพลงนั้นๆ เพื่อดูเป็นแนวทางประกอบการอ่านคอร์ดจากหนังสือ

หากหนังสือคอร์ดกีต้าร์ที่ซื้อมามีความยากเกินไปควรทำอย่างไร?

หากคุณพบว่าหนังสือที่ซื้อมามีเนื้อหาที่ยากเกินไปจนทำให้รู้สึกท้อแท้ สิ่งแรกที่ควรทำคือการย้อนกลับไปทบทวนบทเรียนและแบบฝึกหัดในหน้าแรกๆ ของหนังสือเล่มนั้นอย่างช้าๆ อย่าเพิ่งรีบร้อนข้ามขั้นตอน หากยังคงยากเกินไป ให้เก็บหนังสือเล่มนั้นไว้เป็นเป้าหมายในระยะยาว แล้วมองหาหนังสือสอนพื้นฐานเล่มอื่นที่ง่ายกว่าหรือมีคำอธิบายที่ละเอียดกว่ามาฝึกฝนควบคู่กันไป การยอมรับระดับทักษะปัจจุบันและค่อยๆ พัฒนาอย่างเป็นระบบจะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการเล่นกีต้าร์ได้ในที่สุด

พูดคุยกับชุมชน

แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่

ร่วมการสนทนา

จำเป็นต้องระบุชื่อและอีเมล อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ และไม่อนุญาตให้ใส่ลิงก์