การเลือกซื้อปิ๊กการ์ด HSS ให้พอดีกับกีตาร์ของคุณโดยไม่ต้องเจาะรูใหม่หรือดัดแปลงตัวเครื่อง จำเป็นต้องตรวจสอบองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ รูปทรงของตัวกีตาร์ที่ตรงกับแผ่นปิ๊กการ์ด จำนวนและตำแหน่งของรูสกรูยึด และขนาดช่องไม้ด้านในตัวกีตาร์ว่ารองรับปิ๊กอัพฮัมบัคเกอร์ในตำแหน่งบริดจ์หรือไม่ การตรวจสอบรายละเอียดเหล่านี้อย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อจะช่วยให้คุณได้อะไหล่ที่ติดตั้งได้พอดีและใช้งานได้ทันที
ทำความเข้าใจรูปแบบ HSS และความเข้ากันได้กับกีตาร์ของคุณ
รูปแบบปิ๊กอัพแบบ HSS ย่อมาจาก Humbucker-Single-Single ซึ่งหมายถึงการติดตั้งปิ๊กอัพแบบฮัมบัคเกอร์ที่ตำแหน่งบริดจ์ (ใกล้สะพานสาย) และปิ๊กอัพแบบซิงเกิลคอยล์ในตำแหน่งกลางและตำแหน่งเน็ค (ใกล้คอกีตาร์) โครงสร้างนี้ทำให้ปิ๊กการ์ด HSS มีช่องเจาะสำหรับปิ๊กอัพตัวล่างสุดที่กว้างและเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ แตกต่างจากปิ๊กการ์ดแบบ SSS ที่มีช่องเจาะขนาดเล็กเท่ากันทั้งสามช่องอย่างชัดเจน
ความเข้ากันได้ของรูปทรงตัวกีตาร์เป็นด่านแรกที่คุณต้องพิจารณา โดยทั่วไปปิ๊กการ์ด HSS มักจะออกแบบมาสำหรับกีตาร์ทรง Stratocaster หรือ Super Strat ทว่าแม้จะเป็นทรงเดียวกัน แต่กีตาร์แต่ละแบรนด์หรือแต่ละรุ่นก็มีส่วนโค้งเว้าและขนาดของบอดี้ที่แตกต่างกันเล็กน้อย ปิ๊กการ์ดที่ออกแบบมาสำหรับแบรนด์หนึ่งจึงอาจไม่สามารถวางลงบนอีกแบรนด์หนึ่งได้อย่างสนิทพอดี
สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้
ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดในหน้าสินค้า
นอกจากนี้ กีตาร์ระดับเริ่มต้นที่มีระดับราคาประมาณ ฿3,000 ถึง ฿10,000 ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในตลาดประเทศไทย มักจะมีการผลิตที่ใช้มาตรฐานเฉพาะของโรงงานนั้นๆ ส่งผลให้ตำแหน่งรูสกรูหรือขนาดของช่องปิ๊กอัพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล การตรวจสอบสเปกจากผู้ผลิตกีตาร์ของคุณจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามก่อนที่จะเลือกซื้ออะไหล่ชิ้นใหม่
ขั้นตอนการวัดขนาดและตรวจสอบตำแหน่งรูสกรูอย่างแม่นยำ
การวัดขนาดที่ถูกต้องเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณเลือกซื้อปิ๊กการ์ดได้ตรงรุ่น เครื่องมือที่คุณควรเตรียมไว้ใช้งาน ได้แก่ ไม้บรรทัดเหล็กที่มีหน่วยวัดเป็นมิลลิเมตร หรือหากต้องการความแม่นยำสูงสุดควรใช้เวอร์เนียร์คาลิเปอร์ในการวัดระยะห่างระหว่างจุดต่างๆ บนตัวกีตาร์หรือบนปิ๊กการ์ดชิ้นเดิมของคุณ

จุดสำคัญที่คุณต้องทำการวัดและบันทึกค่าไว้มีดังนี้:
- ระยะห่างระหว่างรูสกรู: วัดจากจุดศูนย์กลางของรูสกรูหนึ่งไปยังอีกรูหนึ่ง โดยเฉพาะรูที่อยู่รอบๆ ช่องปิ๊กอัพและบริเวณใกล้กับปุ่มควบคุมเสียง
- ความกว้างและความยาวโดยรวม: วัดส่วนที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดของแผ่นปิ๊กการ์ดเพื่อตรวจสอบขอบเขตภายนอก
- ระยะห่างจากขอบถึงรูสกรู: ตรวจสอบว่ารูสกรูอยู่ห่างจากขอบปิ๊กการ์ดเท่าใด เพื่อป้องกันไม่ให้รูสกรูล้นออกนอกขอบบอดี้กีตาร์
เทคนิคที่มีประสิทธิภาพและทำได้ง่ายคือการสร้างเทมเพลตกระดาษ โดยการถอดปิ๊กการ์ดเดิมออกมาทาบลงบนกระดาษขาวหรือแผ่นพลาสติกใส จากนั้นใช้ดินสอวาดโครงร่างและระบายสีตรงตำแหน่งรูสกรูทั้งหมด วิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถนำแผ่นกระดาษนี้ไปทาบเทียบกับปิ๊กการ์ดชิ้นใหม่ที่ร้านค้า หรือนำไปเทียบกับพิมพ์เขียวขนาดจริงที่ผู้ขายระบุไว้บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซได้อย่างแม่นยำ
การตรวจสอบช่องใส่ปิ๊กอัพและความลึกของตัวกีตาร์
ก่อนที่คุณจะสั่งซื้อปิ๊กการ์ด HSS สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือการเปิดปิ๊กการ์ดเดิมออกเพื่อตรวจสอบช่องไม้ด้านในตัวกีตาร์ เนื่องจากปิ๊กอัพแบบฮัมบัคเกอร์ในตำแหน่งบริดจ์มีขนาดที่กว้างและลึกกว่าปิ๊กอัพแบบซิงเกิลคอยล์ทั่วไปอย่างมาก ช่องไม้ใต้ปิ๊กการ์ดจึงต้องมีพื้นที่เพียงพอสำหรับรองรับตัวปิ๊กอัพและขดลวดที่หนาขึ้น
กีตาร์บางรุ่นอาจได้รับการขุดช่องไม้จากโรงงานมาในรูปแบบที่เรียกว่า Swimming Pool Routing (ช่องขนาดใหญ่ช่องเดียวที่ใส่ปิ๊กอัพรูปแบบใดก็ได้) หรือ HSH Routing ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถเปลี่ยนมาใช้ปิ๊กการ์ด HSS และติดตั้งปิ๊กอัพฮัมบัคเกอร์ได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลงเนื้อไม้ แต่หากกีตาร์ของคุณมีการขุดช่องไม้แบบ SSS พอดีตัว คุณจะต้องทำการคว้านเนื้อไม้เพิ่มเติมเพื่อเปิดทางให้ปิ๊กอัพตัวใหม่ลงไปได้
สภาพภูมิอากาศในประเทศไทยที่มีความร้อนและความชื้นสูงตลอดทั้งปี อาจส่งผลให้เนื้อไม้ของกีตาร์มีการขยายตัวหรือหดตัวเล็กน้อย ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดวางสายไฟและการติดตั้งแผ่นฟอยล์กันสัญญาณรบกวนใต้ปิ๊กการ์ด หากคุณพบว่าช่องไม้มีความลึกไม่เพียงพอหรือแคบเกินไป การฝืนติดตั้งอาจทำให้ปิ๊กการ์ดโก่งงอหรือกดทับสายไฟจนเสียหาย การดัดแปลงเนื้อไม้ด้วยตัวเองโดยไม่มีเครื่องมือเฉพาะทางอาจส่งผลเสียต่อโครงสร้างและลดมูลค่าของกีตาร์ลงอย่างมาก
วิธีอ่านสเปกและเลือกซื้อปิ๊กการ์ด HSS จากร้านค้า
เมื่อคุณได้ข้อมูลขนาดและเทมเพลตเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการค้นหาและเลือกซื้อจากร้านค้าออนไลน์หรือร้านจำหน่ายอุปกรณ์ดนตรี สิ่งแรกที่ต้องสังเกตคือรายละเอียดสินค้าที่ผู้ขายระบุไว้ โดยมองหาภาพไดอะแกรมหรือพิมพ์เขียวที่มีการระบุระยะห่างระหว่างรูสกรูเป็นมิลลิเมตรอย่างชัดเจน หลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าที่ระบุเพียงแค่ชื่อรุ่นกว้างๆ โดยไม่มีการแจ้งขนาดที่แน่นอน
การเลือกวัสดุและความหนาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ปิ๊กการ์ดทั่วไปมักมีความหนาตั้งแต่ 1 ชั้น (1-ply) ไปจนถึง 3 ชั้น (3-ply) หรือ 4 ชั้น (4-ply) ซึ่งการเลือกความหนาที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงและป้องกันการบิดตัวจากความร้อนในบ้านเรา นอกจากนี้ ควรเลือกสีสันและลวดลาย เช่น ลายกระดองเต่า (Tortoise Shell) หรือสีขาวครีม (Mint Green) ให้เข้ากับสีของบอดี้และฮาร์ดแวร์เดิมเพื่อความสวยงาม
ข้อควรระวังที่สำคัญคือการหลีกเลี่ยงปิ๊กการ์ดที่โฆษณาว่าเป็นแบบ Universal หรือแบบที่ใส่ได้กับกีตาร์ทุกรุ่น เนื่องจากในความเป็นจริงแล้วไม่มีปิ๊กการ์ดขนาดมาตรฐานเดียวที่สามารถเข้ากับกีตาร์ทุกแบรนด์ในโลกได้ หากคุณเลือกซื้อแผ่นปิ๊กการ์ดที่ไม่มีการระบุรุ่นที่รองรับอย่างเจาะจง มีโอกาสสูงมากที่คุณจะต้องเจอกับปัญหารูสกรูไม่ตรงหรือขอบปิ๊กการ์ดเกยทับสะพานสาย
ข้อควรระวังและสัญญาณที่ต้องหยุดการติดตั้ง
ในระหว่างขั้นตอนการทดลองติดตั้ง หากคุณพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ ควรหยุดดำเนินการทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ตัวกีตาร์:
- รูสกรูไม่ตรงตำแหน่ง: หากรูบนปิ๊กการ์ดเยื้องจากรูเดิมบนตัวไม้เกินกว่า 1 มิลลิเมตร การฝืนขันสกรูลงไปจะทำให้เกลียวไม้หวานหรือทำให้สกรูเอียงจนหัวสกรูชำรุด
- แผ่นปิ๊กการ์ดโก่งงอ: หากวางปิ๊กการ์ดลงไปแล้วแผ่นพลาสติกไม่แนบสนิทกับบอดี้กีตาร์ หรือมีลักษณะโก่งตัวขึ้นมา แสดงว่ามีชิ้นส่วนด้านล่าง เช่น สายไฟหรือตัวปิ๊กอัพ ค้ำอยู่ด้านใต้
- ช่องปิ๊กอัพหรือสะพานสายติดขัด: ขอบของปิ๊กการ์ดต้องไม่เบียดกับฐานของสะพานสายหรือขอบของคอกีตาร์จนแน่นเกินไป
การพยายามแก้ไขปัญหาด้วยการเจาะรูสกรูใหม่บนตัวกีตาร์ หรือการใช้ตะไบขัดแต่งขอบพลาสติกด้วยตัวเองโดยขาดความชำนาญ อาจทำให้ผิวเคลือบของกีตาร์แตกร้าวหรือเกิดรอยขีดข่วนที่ไม่สามารถแก้ไขได้ หากคุณพบว่าปิ๊กการ์ดชิ้นใหม่ไม่สามารถใส่ได้อย่างพอดี การนำกีตาร์และอะไหล่ไปพบช่างทำกีตาร์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการปรับแต่งอย่างถูกวิธี จะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเครื่องดนตรีของคุณ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สามารถใส่ปิ๊กการ์ด HSS ลงในกีตาร์ที่ใช้ปิ๊กการ์ด SSS เดิมได้หรือไม่
คุณสามารถเปลี่ยนมาใช้ปิ๊กการ์ด HSS ได้ก็ต่อเมื่อช่องไม้ด้านในตัวกีตาร์ บริเวณตำแหน่งบริดจ์ได้รับการขุดเตรียมไว้สำหรับปิ๊กอัพฮัมบัคเกอร์อยู่แล้ว หากช่องไม้เดิมเป็นแบบ SSS พอดีตัว คุณจะไม่สามารถวางปิ๊กอัพฮัมบัคเกอร์ลงไปได้ และจำเป็นต้องส่งให้ช่างผู้เชี่ยวชาญทำการคว้านเนื้อไม้เพิ่มเติมก่อนจึงจะติดตั้งปิ๊กการ์ด HSS ได้
ปิ๊กการ์ด HSS แบบ 11 รู กับ 12 รู แตกต่างกันอย่างไร
ความแตกต่างอยู่ที่จำนวนและตำแหน่งของรูสกรูยึดรอบตัวปิ๊กการ์ด ซึ่งถูกออกแบบมาให้ตรงกับมาตรฐานการผลิตของกีตาร์ในแต่ละยุคสมัยและแต่ละแบรนด์ เช่น รุ่นสเปกโมเดิร์นมักจะใช้แบบ 11 รู ในขณะที่รุ่นสเปกวินเทจหรือบางแบรนด์อาจใช้แบบ 12 รู หรือ 8 รู คุณจึงต้องนับจำนวนรูสกรูบนกีตาร์ของคุณและตรวจสอบตำแหน่งการวางตัวของรูแต่ละจุดให้ตรงกับปิ๊กการ์ดที่จะซื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงการเจาะรูใหม่บนตัวบอดี้กีตาร์
พูดคุยกับชุมชน
แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่