การเริ่มต้นเรียนรู้เครื่องดนตรีชิ้นใหม่อย่างกีต้าร์หรือเบสเป็นก้าวแรกที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้เริ่มต้นทุกคน ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่ร้านเครื่องดนตรีหรือเปิดดูร้านค้าออนไลน์ คุณอาจพบกับอุปกรณ์เสริมมากมายจนเลือกไม่ถูก
การซื้ออุปกรณ์ทุกอย่างที่เห็นอาจทำให้งบบานปลายโดยไม่จำเป็น และบางชิ้นอาจยังไม่ได้ใช้งานเลยในช่วงแรกของการฝึกซ้อม การทำความเข้าใจว่าอุปกรณ์ชิ้นใดจำเป็นสำหรับการซ้อมวันแรก และชิ้นใดที่สามารถรอไปก่อนได้ จะช่วยให้คุณประหยัดงบประมาณและโฟกัสกับการฝึกซ้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
อุปกรณ์พื้นฐานที่ "ต้องมี" เพื่อเริ่มฝึกซ้อม
การฝึกซ้อมด้วยเสียงที่ตรงคีย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับมือใหม่เพื่อพัฒนาประสาทสัมผัสการฟังและการจำเสียงที่ถูกต้อง เครื่องตั้งสายประเภทคลิปหนีบที่ใช้ยึดกับหัวกีต้าร์หรือเบสเป็นตัวเลือกที่สะดวกและแม่นยำสูงเนื่องจากจับความสั่นสะเทือนของไม้โดยตรง หรือคุณอาจเลือกใช้แอปพลิเคชันตั้งสายในโทรศัพท์มือถือเป็นทางเลือกเริ่มต้นที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้
ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดในหน้าสินค้า
ปิ๊กเป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กที่มีผลต่อโทนเสียงและความรู้สึกขณะดีดอย่างมาก สำหรับมือใหม่หัดเล่นกีต้าร์โปร่งหรือกีต้าร์ไฟฟ้า ควรเลือกปิ๊กที่มีความหนาระดับปานกลางประมาณศูนย์จุดห้าถึงศูนย์จุดเจ็ดมิลลิเมตรเพื่อให้มีความยืดหยุ่นและควบคุมง่าย ส่วนผู้ที่เริ่มต้นเล่นเบสอาจเลือกปิ๊กที่มีความหนามากกว่าหนึ่งมิลลิเมตรขึ้นไปเพื่อรองรับแรงตึงของสายเบสที่หนากว่า
แม้ว่าคุณจะเน้นนั่งซ้อมเป็นหลัก แต่สายสะพายก็ยังมีความจำเป็นในการช่วยประคองเครื่องดนตรีให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและปลอดภัย การเลือกสายสะพายควรพิจารณาวัสดุที่มีความทนทาน เช่น ไนลอนหรือผ้าใบ และมีความกว้างที่พอเหมาะเพื่อช่วยกระจายน้ำหนักไม่ให้กดทับไหล่มากเกินไป
เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน ฝุ่นละออง และความชื้นในสภาพอากาศของประเทศไทย กระเป๋าใส่เครื่องดนตรีจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ควรเลือกกระเป๋าที่มีการบุนวมหนาพอสมควรเพื่อรองรับแรงกระแทกจากการเคลื่อนย้าย และตรวจสอบขนาดของกระเป๋าให้พอดีกับรูปทรงของเครื่องดนตรีเพื่อไม่ให้ตัวเครื่องขยับไปมาด้านใน
อุปกรณ์เสริมที่ "ควรมี" เพื่อการดูแลรักษาและความสะดวก
การวางกีต้าร์หรือเบสพิงไว้กับผนังโดยไม่มีขาตั้งรองรับเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เครื่องดนตรีล้มจนเกิดความเสียหาย หรืออาจทำให้คอเครื่องดนตรีบิดเบี้ยวจากแรงกดทับได้ การเลือกใช้ขาตั้งพื้นแบบสามขาหรือขาตั้งแบบแขวนคอจะช่วยจัดเก็บเครื่องดนตรีได้อย่างปลอดภัยและหยิบใช้งานได้สะดวกขึ้น

คราบเหงื่อและไขมันจากนิ้วมือหลังการซ้อมเป็นตัวการทำให้สายกีต้าร์เป็นสนิมและทำลายผิวเคลือบของเครื่องดนตรี การมีผ้าไมโครไฟเบอร์เนื้อนุ่มไว้เช็ดทำความสะอาดหลังเล่นเสร็จทุกครั้งจึงเป็นสิ่งจำเป็น และอาจเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดสูตรเฉพาะที่ปลอดภัยต่อประเภทสีเคลือบของเครื่องดนตรีเพื่อรักษาความเงางาม
อุปกรณ์คาโป้มีความจำเป็นสำหรับผู้เล่นกีต้าร์ในการเปลี่ยนคีย์เพลงโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างคอร์ดที่คุ้นเคย การเลือกคาโป้ควรตรวจสอบแรงหนีบที่สม่ำเสมอและวัสดุยางรองที่ไม่ทำลายเนื้อไม้หรือกดทับสายจนเสียงเพี้ยน ส่วนผู้เล่นเบสนั้นไม่มีความจำเป็นต้องใช้คาโป้ในการฝึกซ้อมทั่วไป
เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนสายชุดใหม่ อุปกรณ์อย่างที่หมุนลูกบิดและคีมตัดสายจะช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างมาก ที่หมุนลูกบิดช่วยให้คุณคลายสายและตึงสายได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่คีมตัดสายช่วยให้ตัดปลายสายส่วนเกินออกได้อย่างเรียบร้อย ป้องกันไม่ให้ปลายสายที่แหลมคมทิ่มแทงนิ้วมือหรือขูดขีดหัวกีต้าร์
อุปกรณ์เฉพาะสำหรับเบสที่มือใหม่อาจมองข้าม
มือใหม่หลายคนเข้าใจผิดว่าสามารถใช้แอมป์กีต้าร์ทั่วไปร่วมกับเบสได้ แต่ในความเป็นจริง แอมป์เบสถูกออกแบบมาเพื่อรองรับช่วงความถี่เสียงที่ต่ำมากและต้องการกำลังขับที่เหมาะสม การใช้แอมป์ผิดประเภทอาจทำให้เสียงที่ได้ไม่มีพลังและอาจส่งผลเสียต่อระบบลำโพงในระยะยาว
เนื่องจากเบสไฟฟ้ามีน้ำหนักตัวเครื่องที่มากกว่ากีต้าร์ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด การเลือกสายสะพายสำหรับเบสจึงควรเน้นรุ่นที่มีความกว้างเป็นพิเศษและมีการบุนวมหนานุ่ม เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักของตัวเครื่องดนตรีลงบนบ่าได้อย่างทั่วถึง ช่วยลดอาการปวดเมื่อยล้าบริเวณไหล่และหลังเมื่อต้องยืนซ้อมเป็นเวลานาน
เบสมีขนาดความยาวของคอและช่วงสเกลที่ยาวกว่ากีต้าร์อย่างมาก การเลือกซื้อกระเป๋าจึงต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นกระเป๋าสำหรับเบสโดยเฉพาะ ไม่ควรนำกระเป๋ากีต้าร์มาฝืนใส่เพราะจะทำให้ส่วนหัวของเบสถูกกดทับจนลูกบิดเสียหายหรือสายตึงเกินไปจนขาดได้
สิ่งที่มือใหม่ "ยังไม่จำเป็น" ต้องซื้อในตอนนี้
ในช่วงเริ่มต้นของการฝึกซ้อม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการฝึกฝนน้ำหนักการดีด การจับคอร์ด และจังหวะที่ถูกต้อง การใช้เอฟเฟกต์แต่งเสียงตั้งแต่แรกอาจทำให้คุณละเลยการฝึกไดนามิกเสียงที่แท้จริงจากนิ้วมือ ดังนั้นควรรอให้ทักษะพื้นฐานแน่นเสียก่อนจึงค่อยเริ่มศึกษาเรื่องเอฟเฟกต์
อุปกรณ์เชื่อมต่อเสียงเข้ากับคอมพิวเตอร์หรือออดิโออินเทอร์เฟซมีความจำเป็นก็ต่อเมื่อคุณต้องการบันทึกเสียงเพื่อทำเพลงหรือทำคอนเทนต์อย่างจริงจัง สำหรับการฝึกซ้อมในชีวิตประจำวัน การฟังเสียงผ่านแอมป์ซ้อมขนาดเล็กหรือการใช้ช่องเสียบหูฟังจากแอมป์ก็เพียงพอต่อการเรียนรู้แล้ว
น้ำยาขัดเงาประเภทเคลือบแก้ว ครีมบำรุงรักษาเนื้อไม้เฉพาะจุด หรือชุดเครื่องมือปรับแต่งทัชชิ่งขั้นสูง เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับมือใหม่และอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องดนตรีหากใช้งานผิดวิธี การดูแลรักษาทั่วไปเพียงแค่เช็ดทำความสะอาดหลังเล่นก็เพียงพอแล้วในระยะแรก
ขั้นตอนตรวจสอบความเข้ากันได้ก่อนตัดสินใจซื้อ
ก่อนตัดสินใจซื้ออุปกรณ์เสริมทุกครั้ง ควรเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบขนาดและสเปกของเครื่องดนตรีที่คุณมีอยู่ เช่น การเลือกซื้อสายชุดใหม่ต้องตรวจสอบขนาดของสายให้เข้ากับร่องนัทและบริดจ์ของเครื่องดนตรี เพื่อป้องกันปัญหาใส่สายไม่ได้หรือสายลอยสูงเกินไปจนเล่นยาก
ขั้นตอนต่อมาคือการตรวจสอบปุ่มสายสะพายที่ตัวเครื่องดนตรี หากคุณเลือกใช้สายสะพายที่มีรูเสียบขนาดกว้างเกินไปหรือปุ่มสายสะพายเดิมมีความหลวม ควรพิจารณาติดตั้งตัวล็อกสายสะพายเพิ่มเติมเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องดนตรีหลุดร่วงขณะสะพายเล่น ซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยกับมือใหม่
สุดท้ายสำหรับการเลือกซื้อแอมป์หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า ควรตรวจสอบกำลังไฟและค่าอิมพีแดนซ์ของอุปกรณ์ให้ตรงกันตามคำแนะนำในคู่มือการใช้งาน เพื่อป้องกันปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรหรือความเสียหายต่อระบบวงจรภายในเครื่องดนตรีของคุณ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
มือใหม่ควรเลือกความหนาของสายกีต้าร์หรือเบสอย่างไร?
ความหนาของสายส่งผลโดยตรงต่อแรงตึงและโทนเสียง สำหรับมือใหม่หัดเล่นกีต้าร์ไฟฟ้าแนะนำให้เริ่มต้นด้วยสายขนาดศูนย์จุดศูนย์เก้า (เบอร์ 9) เนื่องจากมีแรงตึงน้อย กดง่าย และไม่ทำให้เจ็บนิ้วจนเกินไป ส่วนผู้เริ่มต้นเล่นเบสแนะนำให้เลือกสายขนาดมาตรฐานศูนย์จุดศูนย์สี่ห้าถึงหนึ่งร้อย (เบอร์ 45-100) เพื่อให้ได้โทนเสียงที่สมดุลและไม่ตึงมือจนเกินไป เมื่อกล้ามเนื้อนิ้วเริ่มแข็งแรงและคุ้นเคยแล้ว จึงค่อยปรับเปลี่ยนขนาดสายตามสไตล์เพลงที่ชอบในภายหลัง
สามารถใช้แอมป์กีต้าร์ไฟฟ้ากับเบสได้หรือไม่?
ไม่แนะนำให้ใช้แอมป์กีต้าร์ไฟฟ้ากับเบสไฟฟ้าในการซ้อมทั่วไป เนื่องจากแอมป์กีต้าร์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับคลื่นความถี่ต่ำของเบส การฝืนใช้งานอาจทำให้กรวยลำโพงขยับตัวมากเกินไปจนเกิดความเสียหายหรือลำโพงขาดได้ หากมีความจำเป็นต้องใช้งานชั่วคราวจริงๆ ควรปรับระดับเสียงให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำที่สุดและลดเสียงย่านเบสที่ตัวแอมป์ลงเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์
พูดคุยกับชุมชน
แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่