การเริ่มต้นเล่นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย ไม่ว่าจะเป็นกีตาร์โปร่ง กีตาร์ไฟฟ้า เบส ไวโอลิน หรือเชลโล เป็นการเดินทางที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่มือใหม่หลายคนมักมองข้ามไปในช่วงแรกคือการจัดเก็บเครื่องดนตรีอย่างเหมาะสมเมื่อไม่ได้ใช้งาน การวางเครื่องดนตรีพิงไว้กับผนัง โซฟา หรือเก้าอี้ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เครื่องดนตรีล้มและเกิดความเสียหายร้ายแรง เช่น คอหัก บอดี้ร้าว หรือลูกบิดบิดเบี้ยว การเลือกที่วางกีตาร์หรือที่วางเครื่องสายที่เหมาะสมจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสะดวกสบาย แต่เป็นขั้นตอนสำคัญในการปกป้องการลงทุนและรักษาอายุการใช้งานของเครื่องดนตรีที่คุณรัก
การเลือกที่วางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ตั้งแต่ประเภทของเครื่องดนตรีที่คุณเล่น น้ำหนักและขนาดของเครื่องดนตรี พื้นที่จัดวางในห้องของคุณ ไปจนถึงวัสดุของที่วางที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นผิวเคลือบของเครื่องดนตรี การทำความเข้าใจความแตกต่างของที่วางแต่ละประเภทจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุดสำหรับก้าวแรกในโลกแห่งเสียงดนตรีของคุณ
ทำความรู้จักประเภทของที่วางเครื่องสายและจุดประสงค์การใช้งาน
ที่วางเครื่องดนตรีในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละประเภทได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมการใช้งานและพื้นที่ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจลักษณะเด่นของแต่ละแบบจะช่วยให้คุณเลือกรูปแบบที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและการซ้อมของคุณได้ดีที่สุด
สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้
ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดในหน้าสินค้า
ที่วางแบบขาตั้งเดี่ยวเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยแบ่งออกเป็นสองประเภทย่อยหลัก ๆ ได้แก่ ที่วางแบบโครงรูปตัวเอ และที่วางแบบท่อตั้ง ที่วางแบบโครงรูปตัวเอจะมีขนาดกะทัดรัด พับเก็บง่าย และไม่มีเสาสูงขึ้นมาประคองคอเครื่องดนตรี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกในการเคลื่อนย้ายหรือมีพื้นที่จำกัด แต่ต้องระมัดระวังเรื่องความมั่นคงเนื่องจากไม่มีจุดล็อกคอ ในขณะที่ที่วางแบบท่อตั้งจะมีเสาสูงขึ้นมาพร้อมง่ามรองรับคอกีตาร์และมักมีสายรัดหรือกลไกล็อกอัตโนมัติ ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากการถูกชนหรือปัดตกได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับการตั้งใช้งานทั่วไปในห้องนอนหรือห้องซ้อม
สำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือต้องการจัดแสดงเครื่องดนตรีให้สวยงามประดุจงานศิลปะ ที่วางแบบแขวนผนังเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม การแขวนเครื่องดนตรีไว้บนผนังช่วยประหยัดพื้นที่บนพื้นห้องได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งยังช่วยให้เครื่องดนตรีพ้นจากมือเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงที่อาจวิ่งชนจนล้มได้ อย่างไรก็ตาม การติดตั้งที่วางประเภทนี้จำเป็นต้องอาศัยความแข็งแรงของโครงสร้างผนังและการติดตั้งที่แน่นหนา โดยต้องยึดสกรูเข้ากับพุกที่เหมาะสมกับประเภทผนัง เช่น ผนังปูน หรือผนังเบา เพื่อป้องกันการร่วงหล่น
หากคุณเริ่มสะสมเครื่องดนตรีหรือเล่นเครื่องดนตรีมากกว่าหนึ่งชิ้น ที่วางแบบหลายตัว หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าที่วางแบบแร็ค จะช่วยให้การจัดเก็บเป็นระเบียบเรียบร้อยที่สุด ที่วางประเภทนี้สามารถจัดเก็บกีตาร์หรือเบสได้ตั้งแต่สามตัวไปจนถึงเจ็ดตัวขึ้นไปในแถวเดียวกัน ช่วยประหยัดพื้นที่ได้มากกว่าการใช้ขาตั้งเดี่ยวหลายตัวเรียงกัน และยังช่วยลดความเสี่ยงที่ขาตั้งจะเกี่ยวกันล้มเมื่อคุณต้องการหยิบเครื่องดนตรีออกมาใช้งาน
นอกเหนือจากรูปแบบภายนอกแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องประเมินคือความมั่นคงของฐานและวัสดุที่ใช้หุ้มจุดสัมผัส ขาตั้งที่ดีควรมีฐานที่กว้างพอที่จะกระจายน้ำหนักได้อย่างสมดุล และมีแผ่นยางกันลื่นที่ปลายขาเพื่อยึดเกาะกับพื้นผิวห้อง นอกจากนี้ บริเวณง่ามรองรับบอดี้และคอเครื่องดนตรีจะต้องได้รับการหุ้มด้วยวัสดุที่นุ่ม เช่น โฟมหนาหรือยางคุณภาพสูง เพื่อป้องกันไม่ให้โครงสร้างโลหะของขาตั้งขูดขีดกับสีเคลือบของเครื่องดนตรีจนเกิดรอยแผลที่ไม่พึงประสงค์
หลักเกณฑ์การเลือกที่วางให้เหมาะกับกีตาร์ เบส ไวโอลิน และเชลโล
เครื่องสายแต่ละประเภทมีสรีระ น้ำหนัก และจุดศูนย์ถ่วงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นการใช้ที่วางที่ไม่ได้ออกแบบมาเฉพาะเจาะจงอาจนำมาซึ่งอุบัติเหตุได้ การเลือกซื้อจึงต้องพิจารณาตามลักษณะทางกายภาพของเครื่องดนตรีแต่ละชนิดเป็นสำคัญ

สำหรับกีตาร์และเบส แม้จะดูคล้ายกันแต่มีความแตกต่างที่สำคัญในเรื่องของความยาวและน้ำหนัก กีตาร์โปร่งมีบอดี้ที่หนาและน้ำหนักเบา จึงต้องการที่วางที่มีง่ามรับบอดี้ด้านล่างที่กว้างพอดีกับความหนาของตัวเครื่อง ในขณะที่กีตาร์ไฟฟ้าและเบสไฟฟ้ามีบอดี้ที่บางกว่าแต่มีน้ำหนักที่มากกว่ามาก โดยเฉพาะเบสไฟฟ้าที่มีคอยาวและหัวเครื่องดนตรีที่หนัก ทำให้จุดศูนย์ถ่วงอยู่สูงกว่าปกติ การเลือกที่วางสำหรับเบสจึงต้องเน้นขาตั้งที่มีโครงสร้างเหล็กหนา ฐานกว้าง และมีจุดรองรับคอที่สูงพอเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องดนตรีเอียงหรือคว่ำลงมาด้านหน้า
ไวโอลินและวิโอลาเป็นเครื่องดนตรีที่มีขนาดเล็กและบอบบางมาก การเลือกที่วางสำหรับเครื่องดนตรีประเภทนี้จึงต้องมีความละเอียดอ่อนสูง คุณควรเลือกที่วางที่ออกแบบมาสำหรับไวโอลินโดยเฉพาะ ซึ่งมักจะมีขนาดเล็กกะทัดรัดและมีง่ามรองรับที่พอดีกับช่วงคอและบอดี้ส่วนบน โดยต้องมั่นใจว่าจุดสัมผัสของที่วางจะไม่กดทับลงบนสาย หย่อง หรือแผ่นไม้หน้า ที่บอบบาง นอกจากนี้ ที่วางไวโอลินที่ดีควรมีตะขอหรือที่แขวนคันชักในตัว เพื่อให้สามารถจัดเก็บอุปกรณ์ทั้งสองชิ้นร่วมกันได้อย่างเป็นระเบียบและปลอดภัย
เชลโลเป็นเครื่องสายขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมากและมีลักษณะพิเศษคือมีหมุดท้ายที่ยื่นออกมาด้านล่างเพื่อใช้ค้ำยันกับพื้นขณะเล่น การเลือกที่วางเชลโลจึงต้องตรวจสอบความสูงของฐานและช่องว่างด้านล่างให้เพียงพอ เพื่อรองรับตัวเครื่องได้โดยที่ปลายหมุดท้ายไม่ชนหรือครูดกับพื้นจนเกิดความเสียหาย หรือหากต้องการตั้งเชลโลโดยไม่หดหมุดท้ายกลับเข้าไป ที่วางนั้นจะต้องมีช่องหรือจุดรองรับที่ออกแบบมาเพื่อยึดปลายหมุดไม่ให้ลื่นไถล ขาตั้งเชลโลส่วนใหญ่จะมีความแข็งแรงสูงและมีลักษณะเป็นโครงรูปตัวยูที่โอบอุ้มบอดี้ขนาดใหญ่ได้อย่างมั่นคง
ไม่ว่าคุณจะเลือกซื้อที่วางสำหรับเครื่องดนตรีชนิดใด ขั้นตอนที่ห้ามละเลยคือการตรวจสอบฉลากจากผู้ผลิตและข้อกำหนดเรื่องพิกัดการรับน้ำหนักสูงสุด ผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานจะระบุรายละเอียดเหล่านี้ไว้อย่างชัดเจนบนบรรจุภัณฑ์หรือคู่มือการใช้งาน การเลือกที่วางที่สามารถรองรับน้ำหนักได้เกินกว่าน้ำหนักจริงของเครื่องดนตรีของคุณเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากความเสียหายทางโครงสร้างของขาตั้งในระยะยาว
ขั้นตอนการติดตั้งและวางเครื่องดนตรีบนที่วางอย่างปลอดภัย
การมีที่วางที่ดีจะไม่มีประโยชน์เลยหากคุณติดตั้งและใช้งานอย่างไม่ถูกวิธี การฝึกฝนขั้นตอนการวางและจัดเตรียมขาตั้งให้เป็นนิสัยจะช่วยลดความเสี่ยงที่เครื่องดนตรีจะร่วงหล่นหรือล้มคว่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขั้นตอนแรกเริ่มจากการกางขาตั้งออกให้สุดจนกลไกล็อกเข้าที่อย่างแน่นหนา จากนั้นให้ทำการตรวจสอบความสมดุลของขาตั้งบนพื้นผิวที่คุณใช้งาน หากวางบนพื้นแข็ง เช่น พื้นไม้ปาร์เก้ พื้นกระเบื้อง หรือปูนเปลือย ต้องแน่ใจว่าปุ่มยางที่ปลายขาทั้งหมดสัมผัสพื้นอย่างเท่ากันและไม่มีอาการโยกเยก หากคุณใช้งานบนพื้นพรมที่มีความหนาหรือนุ่มเป็นพิเศษ จุดศูนย์ถ่วงของขาตั้งอาจเปลี่ยนแปลงได้ง่าย จึงต้องทดสอบโดยการใช้มือกดเบา ๆ บนขาตั้งเพื่อดูว่ามีการเอนเอียงหรือไม่ก่อนที่จะนำเครื่องดนตรีขึ้นวาง
เมื่อมั่นใจว่าขาตั้งมั่นคงดีแล้ว ขั้นตอนการวางเครื่องดนตรีลงบนที่วางให้จับเครื่องดนตรีด้วยสองมืออย่างมั่นคง ค่อย ๆ หย่อนตัวเครื่องลงบนง่ามรับด้านล่างช้า ๆ โดยพยายามให้จุดศูนย์ถ่วงของเครื่องดนตรีอยู่ตรงกลางขาตั้งพอดี ไม่เอียงไปทางซ้ายหรือขวา จากนั้นจึงค่อย ๆ เอนคอเครื่องดนตรีเข้ากับจุดรองรับด้านบน หากขาตั้งของคุณมีสายรัดคอหรือระบบล็อกอัตโนมัติ ให้ทำการปิดล็อกทันทีทุกครั้งหลังจากวางเครื่องดนตรีเสร็จสิ้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการเดินสะดุดสายแจ็คหรือมีคนเดินชนโดยไม่ตั้งใจ
ก่อนการใช้งานทุกครั้ง ควรทำการตรวจสอบจุดสัมผัสที่เป็นยางหรือโฟมของที่วางอย่างสม่ำเสมอ ฝุ่นละออง เศษหินขนาดเล็ก หรือคราบสกปรกที่สะสมอยู่บนโฟมรองรับสามารถทำหน้าที่เสมือนกระดาษทรายที่คอยขัดถูและสร้างรอยขีดข่วนลึกบนผิวเคลือบของเครื่องดนตรีได้เมื่อมีการหยิบเข้าออกบ่อย ๆ การใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์แห้งเช็ดทำความสะอาดจุดสัมผัสเหล่านี้เป็นประจำจะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี
สุดท้ายนี้ คุณต้องหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าต้องหยุดใช้งานที่วางทันที หากพบว่าโครงสร้างเหล็กเริ่มบิดเบี้ยว กลไกการล็อกหรือข้อต่อต่าง ๆ เริ่มหลวมและไม่สามารถขันให้แน่นได้ หรือวัสดุโฟมและยางที่หุ้มเริ่มเสื่อมสภาพ ฉีกขาด จนเผยให้เห็นเนื้อเหล็กด้านใน ให้ทำการเปลี่ยนที่วางใหม่ทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องดนตรีราคาแพงของคุณต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้
ข้อควรระวังเรื่องปฏิกิริยาทางเคมีและการบำรุงรักษา
นอกเหนือจากความเสียหายทางกายภาพจากการตกหล่นแล้ว ภัยเงียบอีกประการหนึ่งที่มือใหม่มักไม่ทราบคือความเสียหายทางเคมีที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างวัสดุของที่วางกับสีเคลือบของเครื่องดนตรี ซึ่งอาจทำให้สีเคลือบละลาย เหนียว หรือเปลี่ยนสีจนเสียราคาและยากต่อการซ่อมแซม
เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายระดับกลางถึงระดับสูงหลายรุ่น โดยเฉพาะกีตาร์โปร่งและกีตาร์ไฟฟ้าสไตล์วินเทจ มักจะใช้การเคลือบผิวด้วยสีแล็กเกอร์สูตรไนโตรเซลลูโลส ซึ่งเป็นสีเคลือบที่ยอมให้ไม้หายใจได้และให้โทนเสียงที่ดี แต่สีประเภทนี้มีความไวต่อสารเคมีสูงมาก หากสัมผัสกับยางธรรมชาติหรือพลาสติกคุณภาพต่ำที่ใช้ทำโฟมรองรับบนขาตั้งเป็นเวลานาน สารเพิ่มความยืดหยุ่นในพลาสติกจะทำปฏิกิริยาเคมีกับแล็กเกอร์ ส่งผลให้สีเคลือบบริเวณที่สัมผัสละลาย กลายเป็นคราบเหนียว หรือเกิดรอยด่างดำฝังลึก แม้แต่เครื่องดนตรีที่เคลือบด้วยโพลียูรีเทน หรือโพลีเอสเตอร์ ที่มีความทนทานมากกว่า ก็ยังอาจเกิดคราบหมองได้หากสัมผัสกับวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานเป็นเวลานานภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนชื้น
เพื่อป้องกันปัญหานี้ คุณควรตรวจสอบคำแนะนำจากผู้ผลิตเครื่องดนตรีของคุณเสมอว่าใช้สีเคลือบประเภทใด และตรวจสอบรายละเอียดของที่วางว่าระบุข้อความระบุความปลอดภัยสำหรับสีเคลือบหรือไม่ หากคุณไม่แน่ใจหรือต้องการความปลอดภัยสูงสุด วิธีการป้องกันที่ง่ายและได้ผลดีที่สุดคือการหาผ้าฝ้ายร้อยเปอร์เซ็นต์หรือผ้าสำลีนุ่ม ๆ มาพันรอบจุดสัมผัสของขาตั้งทั้งหมด เพื่อทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันไม่ให้ผิวเคลือบของเครื่องดนตรีสัมผัสกับยางหรือโฟมโดยตรง
การบำรุงรักษาที่วางให้อยู่ในสภาพดีเสมอเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้งานระยะยาว ควรจัดตั้งที่วางไว้ในบริเวณที่ห่างจากแสงแดดจัดและความร้อนสูง เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนชื้นในประเทศไทยสามารถเร่งให้วัสดุโฟมและยางเสื่อมสภาพ กลายเป็นผงร่วนหรือเหนียวเยิ้มได้เร็วขึ้น เมื่อไม่ได้ใช้งานขาตั้งเป็นเวลานาน ควรพับเก็บและจัดเก็บไว้ในที่แห้งและมีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อยืดอายุการใช้งานของทั้งที่วางและเครื่องดนตรีของคุณให้ยาวนานที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกที่วางเครื่องสาย (FAQ)
สามารถใช้ที่วางกีตาร์โปร่งกับกีตาร์ไฟฟ้าได้หรือไม่
คุณสามารถใช้งานร่วมกันได้ในบางกรณี แต่ไม่แนะนำให้ใช้เป็นทางเลือกหลักในระยะยาว เนื่องจากกีตาร์โปร่งมีความหนาของบอดี้ที่มากกว่ากีตาร์ไฟฟ้าอย่างมาก ง่ามรับด้านล่างของที่วางกีตาร์โปร่งจึงถูกออกแบบมาให้กว้างเป็นพิเศษ เมื่อนำกีตาร์ไฟฟ้าที่มีความบางไปวาง ตัวเครื่องอาจจะเอนไปด้านหลังมากเกินไปหรือขยับไปมาได้ง่าย ทำให้ขาดความมั่นคงและเสี่ยงต่อการลื่นไถล หากต้องการใช้งานร่วมกันจริง ๆ ควรเลือกที่วางประเภทที่สามารถปรับระยะความกว้างของง่ามรับได้ หรือเลือกใช้ที่วางแบบสากลที่ออกแบบมาให้รองรับเครื่องดนตรีได้ทั้งสองประเภทอย่างปลอดภัย
ควรเก็บเครื่องสายไว้ในเคสหรือวางบนที่วางเมื่อไม่ได้เล่น
การตัดสินใจเลือกวิธีจัดเก็บขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งานและสภาพแวดล้อมในห้องของคุณ การเก็บเครื่องดนตรีไว้ในกล่องเคสแข็งเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการปกป้องเครื่องดนตรีจากฝุ่นละออง ความชื้น และอุบัติเหตุทางกายภาพ เหมาะสำหรับการจัดเก็บระยะยาวหรือในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงและเด็กเล็ก อย่างไรก็ตาม การเก็บในเคสอาจทำให้คุณหยิบเครื่องดนตรีออกมาซ้อมได้ยากขึ้น ในขณะที่การวางบนที่วางช่วยให้คุณเข้าถึงเครื่องดนตรีได้ทันทีที่ต้องการซ้อม ซึ่งช่วยส่งเสริมการฝึกซ้อมที่ดี แต่คุณต้องมั่นใจว่าห้องนั้นมีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสมเพื่อป้องกันไม้หดหรือขยายตัวจากสภาพอากาศที่แปรปรวนของประเทศไทย
ที่วางแบบแขวนผนังปลอดภัยสำหรับเครื่องสายที่มีน้ำหนักมากอย่างเบสหรือเชลโลหรือไม่
ที่วางแบบแขวนผนังสามารถรองรับเครื่องดนตรีที่มีน้ำหนักมากอย่างเบสหรือเชลโลได้อย่างปลอดภัยอย่างแน่นอน แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือต้องติดตั้งอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม การยึดที่แขวนผนังเข้ากับผนังปูนคอนกรีตโดยใช้พุกพลาสติกหรือพุกเหล็กที่ได้มาตรฐานจะให้ความแข็งแรงสูงที่สุด หากจำเป็นต้องติดตั้งบนผนังเบาหรือผนังยิปซัม ต้องมั่นใจว่าได้ยึดสกรูเข้ากับโครงคร่าวไม้หรือโครงเหล็กภายในผนังโดยตรง และห้ามยึดเข้ากับแผ่นยิปซัมเปล่า ๆ เด็ดขาด นอกจากนี้ ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าตัวแขวนผนังนั้นระบุพิกัดการรับน้ำหนักที่ครอบคลุมน้ำหนักของเบสหรือเชลโลของคุณเรียบร้อยแล้ว
พูดคุยกับชุมชน
แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่