สื่อ ดนตรี และหนังสือ คู่มือที่ใช้ได้จริง
อุปกรณ์เสริมเครื่องดนตรี

เลือกแผ่นเก็บเสียงให้เหมาะกับห้องซ้อมดนตรีที่บ้าน: จับคู่ตามประเภทเครื่องดนตรี ขนาดห้อง และวัสดุ

คู่มือเลือกแผ่นเก็บเสียงและแผ่นซับเสียงสำหรับห้องซ้อมดนตรีที่บ้าน วิเคราะห์ตามประเภทเครื่องดนตรี ขนาดห้อง และวัสดุผนัง เพื่อลดเสียงสะท้อนและจัดการเสียงอย่างมีประสิทธิภาพ

เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google

การสร้างห้องซ้อมดนตรีในบ้านหรือคอนโดมิเนียมมักเริ่มต้นด้วยความตั้งใจที่จะเล่นดนตรีได้อย่างเต็มที่โดยไม่รบกวนใคร แต่หลายคนกลับพบปัญหาว่าหลังจากซื้อ “แผ่นเก็บเสียง” มาติดจนเต็มผนังแล้ว เสียงเครื่องดนตรีก็ยังคงเล็ดลอดออกไปรบกวนเพื่อนบ้านอยู่ดี หรือในบางกรณี เสียงภายในห้องกลับทึบและอึดอัดจนไม่สามารถซ้อมดนตรีได้อย่างมีความสุข การเลือกแผ่นเก็บเสียงที่ถูกต้องจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามหรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาจากประเภทของเครื่องดนตรี ขนาดของห้อง และวัสดุโครงสร้างเดิมของผนัง เพื่อให้สามารถจัดการกับคลื่นเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทำความเข้าใจก่อนซื้อ: ความแตกต่างระหว่าง "แผ่นกันเสียง" และ "แผ่นซับเสียง"

ก่อนที่จะเลือกซื้อวัสดุใดๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือการแยกแยะความแตกต่างระหว่างกระบวนการกันเสียงและการซับเสียงให้ออกจากกันอย่างชัดเจน เนื่องจากสองสิ่งนี้ทำหน้าที่แก้ปัญหาคนละประการ และใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติทางกายภาพแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หากเลือกใช้ผิดประเภท นอกจากจะไม่สามารถแก้ปัญหาเสียงดังรบกวนได้แล้ว ยังทำให้เสียเงินและเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วย

การกันเสียง (Soundproofing) คือการป้องกันไม่ให้พลังงานเสียงเดินทางผ่านโครงสร้างผนัง พื้น หรือเพดาน เข้าและออกนอกห้อง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเพื่อนบ้านบ่นเรื่องเสียงดัง หรือมีเสียงรบกวนจากภายนอกเข้ามาในห้องซ้อม วัสดุที่ใช้ในการกันเสียงจำเป็นต้องมีมวลหรือความหนาแน่นสูงมากเพื่อบล็อกคลื่นเสียง เช่น แผ่นยิปซั่มบอร์ดหนาพิเศษ แผ่นยางลดเสียงที่มีน้ำหนักมาก (Mass Loaded Vinyl) หรือการก่อผนังอิฐมอญสองชั้น โดยทั่วไปแล้ว แผ่นโฟมน้ำหนักเบาที่ขายตามท้องตลาดไม่สามารถทำหน้าที่กันเสียงรั่วไหลนี้ได้เลย

สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้

แผ่นซับเสียง ลดเสียงสะท้อน เกรดกันไฟลาม โฟมเก็บเสียง ฟองน้ำลดเสียงสะท้อน มีกาวในตัว เหมาะกับห้องที่ต้องการเก็บเสียง
No Brand แผ่นซับเสียง ลดเสียงสะท้อน เกรดกันไฟลาม โฟมเก็บเสียง ฟองน้ำลดเสียงสะท้อน มีกาวในตัว เหมาะกับห้องที่ต้องการเก็บเสียง ฿46.31฿90.00 ดูสินค้า →
10 แพ็ค 20แพ็ค แผ่นกันเสียงแบบมีกาวในตัว สำหรับฉนวนกันเสียงและการบำบัดเสียง แผ่นโฟมอะคูสติก
No Brand 10 แพ็ค 20แพ็ค แผ่นกันเสียงแบบมีกาวในตัว สำหรับฉนวนกันเสียงและการบำบัดเสียง แผ่นโฟมอะคูสติก ฿32.00฿99.00 ดูสินค้า →
แผงโฟมอะคูสติก 3D(5/10แพ็ค)แผ่นเก็บเสียงห้อง กันเสียงได้ 99.9% 30x30x0.9ซม. มีกาวในตัว ความหนาแน่นสูง กันเสียง
No Brand แผงโฟมอะคูสติก 3D(5/10แพ็ค)แผ่นเก็บเสียงห้อง กันเสียงได้ 99.9% 30x30x0.9ซม. มีกาวในตัว ความหนาแน่นสูง กันเสียง ฿243.21฿550.00 ดูสินค้า →
แผ่นโฟมเก็บเสียง 3D 100 แผ่น/แพ็ค กันไฟลาม 30x30x0.9cm พร้อมแผ่นรองกาว สำหรับห้องเสียงและห้องตั้งเครื่องเสียง
Kingroad แผ่นโฟมเก็บเสียง 3D 100 แผ่น/แพ็ค กันไฟลาม 30x30x0.9cm พร้อมแผ่นรองกาว สำหรับห้องเสียงและห้องตั้งเครื่องเสียง ฿2,651.00฿5,302.00 ดูสินค้า →
แผ่นซับเสียงกาวในตัว(12/24/36pcs) กันเสียงได้ 100% แผงโฟมอะคูสติก แผ่นกันเสียง สำหรับสตูดิโอ 30*30*5cm
No Brand แผ่นซับเสียงกาวในตัว(12/24/36pcs) กันเสียงได้ 100% แผงโฟมอะคูสติก แผ่นกันเสียง สำหรับสตูดิโอ 30*30*5cm ฿548.00฿876.00 ดูสินค้า →
🔥 100x600ซม.=6ตร.ม.🔥แผ่นเก็บเสียง แผ่นฉนวนกันเสียง รับประกัน 30ปี แผ่นซับเสียง แผ่นซับเสียงห้อง โฟมกันเสียง ฟองน้ำซับเสียง
No Brand 🔥 100x600ซม.=6ตร.ม.🔥แผ่นเก็บเสียง แผ่นฉนวนกันเสียง รับประกัน 30ปี แผ่นซับเสียง แผ่นซับเสียงห้อง โฟมกันเสียง ฟองน้ำซับเสียง ฿904.00฿1,808.00 ดูสินค้า →
GREENIKA แผ่นซับเสียงกาวในตัว แผ่น สับ เสียง ติดผนังเเบบ ที่เก็บเสียงห้อง กันความร้อน ขนาด ติดตั้งง่าย
Greenika GREENIKA แผ่นซับเสียงกาวในตัว แผ่น สับ เสียง ติดผนังเเบบ ที่เก็บเสียงห้อง กันความร้อน ขนาด ติดตั้งง่าย ฿88.00฿226.00 ดูสินค้า →
มีกาวหลัง ทั้งม้วนปูเต็มทั้งผนัง แผ่นซับเสียง โฟมซับเสียง ความหนา 3.2 ซม ใช่ได้กับผนัง ประตูหน้าต่าง ท่อระบายน้ํา แผ่นซับเสียงติดผนังห้อง แผ่นซับเสียงห้องนอน ฟองน้ำ​ซับเสียง แผ่นเก็บเสียง
No Brand มีกาวหลัง ทั้งม้วนปูเต็มทั้งผนัง แผ่นซับเสียง โฟมซับเสียง ความหนา 3.2 ซม ใช่ได้กับผนัง ประตูหน้าต่าง ท่อระบายน้ํา แผ่นซับเสียงติดผนังห้อง แผ่นซับเสียงห้องนอน ฟองน้ำ​ซับเสียง แผ่นเก็บเสียง ฿189.00฿398.00 ดูสินค้า →

ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดในหน้าสินค้า

การซับเสียง (Sound Absorption) คือการลดการสะท้อนของคลื่นเสียงภายในห้อง เพื่อปรับปรุงคุณภาพเสียงให้มีความเคลียร์ ชัดเจน และลดความก้องสะท้อน วัสดุซับเสียงมักมีลักษณะเป็นรูพรุน น้ำหนักเบา เช่น แผ่นใยโพลีเอสเตอร์ หรือแผ่นโฟมอะคูสติก ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานเสียงที่วิ่งมาตกกระทบให้กลายเป็นพลังงานความร้อน ส่งผลให้เสียงสะท้อนลดลง หากคุณรู้สึกว่าเสียงกีตาร์หรือเสียงร้องในห้องฟังดูอื้ออึง แยกแยะรายละเอียดเสียงไม่ได้ นั่นคือสัญญาณว่าคุณต้องการแผ่นซับเสียง ไม่ใช่แผ่นกันเสียง

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อสินค้า ให้ประเมินปัญหาหลักของคุณก่อนเสมอ หากต้องการหยุดเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกไปภายนอก คุณต้องปรับปรุงโครงสร้างผนังเพื่อเพิ่มมวลและการซีลช่องว่างตามประตูหน้าต่าง แต่หากต้องการให้เสียงเครื่องดนตรีในห้องมีความไพเราะและลดเสียงก้องอื้ออึง การเลือกแผ่นซับเสียงคุณภาพสูงมาติดตั้งตามจุดสะท้อนคือคำตอบที่ถูกต้อง

ประเมินสภาพห้องซ้อม: ขนาดห้องและวัสดุก่อสร้างส่งผลต่อการเลือกอย่างไร

สภาพแวดล้อมทางกายภาพของห้องซ้อมดนตรีที่บ้านเป็นปัจจัยกำหนดว่าคุณควรเลือกแผ่นซับเสียงประเภทใดและต้องใช้ปริมาณมากน้อยเพียงใด ห้องแต่ละขนาดและผนังแต่ละประเภทมีพฤติกรรมการตอบสนองต่อความถี่เสียงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การวิเคราะห์ห้องก่อนการติดตั้งจะช่วยป้องกันปัญหาทางอคูสติกที่อาจเกิดขึ้นภายหลังได้

แผ่นซับเสียง

ขนาดของห้องส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมของคลื่นเสียง โดยเฉพาะในห้องขนาดเล็กที่พบได้ทั่วไปตามทาวน์โฮมหรือคอนโดมิเนียม ห้องเหล่านี้มักมีปัญหาการสะสมของพลังงานเสียงความถี่ต่ำหรือเสียงเบส คลื่นเสียงต่ำที่มีความยาวคลื่นมากจะสะท้อนไปมาและเสริมกันเองในมุมห้อง ทำให้เกิดเสียงฮึมฮัมอู้อี้ที่กลบเสียงย่านกลางและสูง การจัดการห้องขนาดเล็กจึงไม่ได้ต้องการเพียงแค่แผ่นซับเสียงบางๆ บนผนัง แต่จำเป็นต้องใช้วัสดุจัดการความถี่ต่ำโดยเฉพาะติดตั้งบริเวณมุมห้องด้วย

วัสดุก่อสร้างเดิมของห้องก็มีอิทธิพลอย่างมากต่อการสะท้อนของเสียง ผนังคอนกรีตฉาบปูนเรียบซึ่งเป็นมาตรฐานการก่อสร้างส่วนใหญ่ มีคุณสมบัติสะท้อนคลื่นเสียงได้เกือบทั้งหมด ทำให้เกิดเสียงสะท้อนแบบโลหะที่รุนแรงมากเมื่อเทียบกับผนังเบาที่ทำจากยิปซั่มบอร์ดหรือผนังไม้ หากห้องซ้อมของคุณเป็นผนังปูนเปลือยหรือผนังคอนกรีต คุณอาจต้องเตรียมพื้นที่สำหรับติดตั้งแผ่นซับเสียงในสัดส่วนที่มากกว่าห้องที่เป็นผนังเบา เพื่อควบคุมเสียงสะท้อนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ก่อนจะเลือกซื้อแผ่นซับเสียง คุณสามารถตรวจสอบจุดสะท้อนเสียงเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง วิธีที่ง่ายที่สุดคือการปรบมือเสียงดังๆ กลางห้องแล้วฟังเสียงสะท้อนที่ตามมา หากได้ยินเสียงสะท้อนแหลมๆ คล้ายเสียงสะท้อนในห้องน้ำ แสดงว่าห้องมีปัญหาเสียงสะท้อนย่านกลาง-สูงรุนแรง นอกจากนี้ คุณสามารถใช้เทคนิคกระจกเงา โดยให้ผู้ช่วยถือกระจกเงาแนบไปกับผนังด้านข้างในระดับสายตาขณะที่คุณนั่งอยู่ที่ตำแหน่งซ้อม จุดบนผนังที่คุณมองเห็นลำโพงหรือเครื่องดนตรีในกระจกคือจุดสะท้อนแรก ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญที่สุดที่ต้องติดตั้งแผ่นซับเสียงเพื่อหยุดการสะท้อนที่เป็นปัญหา

จับคู่แผ่นเก็บเสียงตามประเภทเครื่องดนตรีที่เล่น

เครื่องดนตรีแต่ละชนิดมีช่วงความถี่และพลังงานเสียงเฉพาะตัว การเลือกแผ่นซับเสียงจึงต้องสอดคล้องกับธรรมชาติของเครื่องดนตรีที่คุณซ้อม เพื่อให้การควบคุมเสียงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ทำลายมิติเสียงดนตรีตามธรรมชาติ

เครื่องดนตรีอะคูสติกและเสียงร้อง

เครื่องดนตรีประเภทกีตาร์โปร่ง ไวโอลิน คีย์บอร์ด หรือการฝึกร้องเพลงส่วนใหญ่จะสร้างพลังงานเสียงในย่านความถี่กลางถึงสูง ปัญหาที่มักพบคือเสียงสะท้อนที่ทำให้เสียงเครื่องดนตรีฟังดูแหลม บาดหู หรือเสียงร้องฟังดูไม่คมชัดเนื่องจากเสียงสะท้อนจากผนังวิ่งกลับเข้าสู่หูผู้เล่นหรือไมโครโฟนเร็วเกินไป

สำหรับย่านความถี่นี้ แผ่นซับเสียงประเภทใยโพลีเอสเตอร์ (Polyester Fiber) หรือแผ่นโฟมอะคูสติกความหนาแน่นสูงที่มีความหนาประมาณ 2 ถึง 3 นิ้ว ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด วัสดุใยโพลีเอสเตอร์มีข้อดีคือมีความทนทานสูง ไม่เปื่อยยุ่ยง่าย และทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้นได้ดีกว่าโฟมทั่วไป ซึ่งมักจะกรอบและเสื่อมสภาพเมื่อใช้งานไปนานๆ

ในการติดตั้ง ให้เน้นไปที่จุดสะท้อนแรกบนผนังด้านซ้ายและขวาของตำแหน่งผู้เล่น รวมถึงบริเวณเพดานตรงกลางระหว่างผู้เล่นกับไมโครโฟน การติดตั้งในลักษณะนี้จะช่วยลดเสียงสะท้อนที่รบกวนการได้ยิน ทำให้คุณได้ยินเนื้อเสียงจริงจากเครื่องดนตรีและเสียงร้องได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

เครื่องดนตรีไฟฟ้าและแอมป์

การซ้อมกีตาร์ไฟฟ้า เบส หรือเครื่องสังเคราะห์เสียงผ่านแอมพลิฟายเออร์จะสร้างพลังงานเสียงที่มีทิศทางชัดเจนจากหน้าตู้ลำโพง และมักจะมาพร้อมกับพลังงานความถี่ต่ำที่หนักแน่น ซึ่งคลื่นความถี่ต่ำเหล่านี้จะเดินทางกระจายไปทั่วห้องและสะสมตัวตามมุมห้องได้ง่ายกว่าย่านเสียงสูง

วัสดุที่แนะนำสำหรับห้องซ้อมเครื่องดนตรีไฟฟ้าคือแผ่นซับเสียงที่มีความหนามากขึ้น โดยควรมีความหนาตั้งแต่ 3 ถึง 4 นิ้วขึ้นไป เพื่อให้สามารถดูดซับเสียงย่านกลาง-ต่ำได้ดีขึ้น และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการติดตั้งกับดักเสียงเบส (Bass Traps) ซึ่งเป็นแผ่นซับเสียงรูปทรงสามเหลี่ยมหนาพิเศษบริเวณมุมห้องทั้งสี่ด้าน เพื่อทำหน้าที่สกัดกั้นและดูดซับพลังงานเสียงต่ำไม่ให้สะท้อนกลับมาสร้างความอื้ออึงในห้อง

ตำแหน่งการจัดวางที่เหมาะสมคือการติดแผ่นซับเสียงหนาไว้ที่ผนังด้านหลังแอมป์กีตาร์เพื่อลดพลังงานเสียงที่สะท้อนกลับ และติดตั้งกับดักเสียงเบสที่มุมห้องในระดับความสูงเดียวกับตู้แอมป์ วิธีนี้จะช่วยให้เสียงเบสที่ออกมามีความกระชับ เป็นลูกชัดเจน ไม่บวมหรือพร่ามัว

กลองชุดและเครื่องกระทบ

กลองชุดอะคูสติกเป็นเครื่องดนตรีที่ท้าทายที่สุดในการจัดการเสียง เนื่องจากมีไดนามิกที่สูงมาก สามารถสร้างพลังงานเสียงที่ครอบคลุมตั้งแต่ความถี่ต่ำสุดของกระเดื่องกลองไปจนถึงความถี่สูงสุดของฉาบและแฉ พร้อมทั้งสร้างแรงสั่นสะเทือนทางโครงสร้างที่ส่งผ่านพื้นห้องไปยังส่วนอื่นๆ ของบ้านได้อย่างรุนแรง

สิ่งสำคัญที่ผู้เล่นกลองต้องตระหนักคือ แผ่นโฟมซับเสียงที่ติดอยู่ตามผนังไม่สามารถป้องกันเสียงกลองไม่ให้ดังทะลุไปยังห้องข้างๆ หรือบ้านใกล้เรือนเคียงได้เลย แผ่นซับเสียงเหล่านั้นทำได้เพียงช่วยลดความก้องสะท้อนภายในห้อง เพื่อไม่ให้เสียงกลองดังอื้ออึงจนหูอื้อ และช่วยให้ผู้ตีได้ยินรายละเอียดของกลองแต่ละใบชัดเจนขึ้นเท่านั้น

แนวทางแก้ไขที่มีประสิทธิภาพสำหรับห้องซ้อมกลองคือ การใช้แผ่นซับเสียงที่มีความหนาและความหนาแน่นสูงพิเศษติดตั้งบนผนังและเพดานเพื่อควบคุมเสียงสะท้อน ส่วนปัญหาแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านพื้น ต้องแก้ไขด้วยการสร้างแท่นยกกลองหรือใช้แผ่นรองกันสั่นสะเทือนหนาพิเศษรองใต้กลองชุดและขาตั้งทุกชิ้น เพื่อตัดการเชื่อมต่อทางกายภาพระหว่างกลองกับพื้นปูน ช่วยลดการส่งผ่านแรงสั่นสะเทือนไปยังโครงสร้างอาคารได้อย่างมีนัยสำคัญ

ข้อควรระวังและเทคนิคการติดตั้งแผ่นเก็บเสียงในบ้าน

การเลือกซื้อและติดตั้งแผ่นซับเสียงภายในบ้านไม่ได้มีเพียงเรื่องของประสิทธิภาพเสียงเท่านั้น แต่ยังมีมิติด้านความปลอดภัย สุขอนามัย และการดูแลรักษาโครงสร้างบ้านที่คุณต้องใส่ใจอย่างละเอียดก่อนเริ่มดำเนินการ

เรื่องความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดคือมาตรฐานการต้านทานการติดไฟ (Fire Retardant) แผ่นโฟมซับเสียงเกรดต่ำราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐานมักทำจากวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี หากเกิดประกายไฟหรือไฟฟ้าลัดวงจรภายในห้องซ้อม โฟมเหล่านี้จะลุกไหม้อย่างรวดเร็วและปล่อยควันพิษที่เป็นอันตรายร้ายแรง ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรตรวจสอบฉลากสินค้าและเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการลามไฟ เช่น มาตรฐาน Class A หรือ UL94 นอกจากนี้ ควรตรวจสอบมาตรฐานการปล่อยสารเคมีระเหยง่าย เพื่อป้องกันการสูดดมสารเคมีที่มีกลิ่นฉุนในห้องซ้อมที่มักปิดทึบและไม่มีการระบายอากาศที่ดี

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมหรือบ้านเช่าที่ไม่ต้องการให้ผนังเดิมเสียหายจากการทากาว สามารถใช้เทคนิคการติดตั้งแบบไม่ทำลายพื้นผิวได้ โดยการใช้เทปกาวสองหน้าชนิดลอกออกได้คุณภาพสูงหรือแผ่นตีนตุ๊กแกแปะลงบนแผ่นพลาสติกลูกฟูกหรือแผ่นไม้อัดบางก่อน จากนั้นจึงติดแผ่นซับเสียงลงบนแผ่นรองนั้น แล้วจึงนำแผ่นรองไปแขวนกับผนังด้วยตะขอแขวนรูปภาพขนาดเล็ก วิธีนี้ช่วยให้สามารถรื้อถอนได้ง่ายโดยไม่ทิ้งคราบกาวหรือทำให้ปูนผนังหลุดร่อน

อีกหนึ่งเทคนิคระดับมืออาชีพที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแผ่นซับเสียงโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อแผ่นที่หนาขึ้นคือ เทคนิคช่องว่างอากาศ (Air Gap) แทนที่จะติดแผ่นซับเสียงแนบชิดติดผนังปูน ให้เว้นระยะห่างระหว่างหลังแผ่นซับเสียงกับผนังประมาณ 2 ถึง 5 เซนติเมตร ช่องว่างอากาศนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวหน่วงความเร็วของคลื่นเสียง ทำให้แผ่นซับเสียงสามารถดูดซับความถี่ที่ต่ำลงได้ดีขึ้น เปรียบเสมือนการเพิ่มความหนาของแผ่นซับเสียงขึ้นอีกเท่าตัวโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ก่อนการติดตั้งและใช้งานวัสดุทุกครั้ง โปรดตรวจสอบฉลากของผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด หากคำแนะนำของผู้ผลิตวัสดุขัดแย้งกับลักษณะทางกายภาพของห้องหรือโครงสร้างผนังของคุณ ควรหยุดและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอคูสติกหรือวิศวกรโครงสร้างเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการใช้งานระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

แผ่นโฟมรูปไข่ (Egg crate foam) ช่วยกันเสียงออกนอกห้องได้จริงหรือไม่?

แผ่นโฟมรูปไข่ทั่วไปไม่สามารถกันเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกนอกห้องได้ เนื่องจากวัสดุประเภทโฟมมีความหนาแน่นต่ำและมีน้ำหนักเบาเกินกว่าจะหยุดยั้งพลังงานของคลื่นเสียงไม่ให้ทะลุผ่านผนังปูนหรือผนังยิปซั่มได้ คุณสมบัติที่แท้จริงของโฟมรูปไข่คือการช่วยกระจายและดูดซับเสียงสะท้อนย่านความถี่สูงภายในห้องเท่านั้น นอกจากนี้ โฟมรูปไข่เกรดต่ำที่ไม่มีมาตรฐานต้านทานการติดไฟยังมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นเชื้อเพลิงเมื่อเกิดอัคคีภัย จึงควรตรวจสอบรายละเอียดและมาตรฐานความปลอดภัยของผู้ผลิตอย่างละเอียดก่อนนำมาใช้งาน

ควรติดแผ่นซับเสียงให้เต็มทั้งห้องหรือไม่?

ไม่ควรติดแผ่นซับเสียงจนเต็มพื้นที่ผนังทั้งหมด 100% เพราะจะทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่าห้องตาย (Dead Room) หรือห้องที่เงียบและแห้งแล้งเกินไป ซึ่งจะดูดซับพลังงานเสียงไปทั้งหมดจนไม่มีเสียงสะท้อนตามธรรมชาติหลงเหลืออยู่ ส่งผลให้ผู้เล่นดนตรีรู้สึกอึดอัด หูอื้อ และต้องออกแรงเล่นหรือร้องเพลงมากขึ้นเนื่องจากไม่ได้ยินเสียงสะท้อนกลับ สัดส่วนการติดตั้งแผ่นซับเสียงที่เหมาะสมสำหรับห้องซ้อมดนตรีทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 20% ถึง 40% ของพื้นที่ผนังทั้งหมด โดยควรติดตั้งกระจายตัวตามจุดสะท้อนหลักและสลับกับพื้นผิวผนังเปล่าหรือแผ่นกระจายเสียง (Diffusers) เพื่อรักษาความเป็นธรรมชาติและมิติของเสียงดนตรีเอาไว้

พูดคุยกับชุมชน

แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่

ร่วมการสนทนา

จำเป็นต้องระบุชื่อและอีเมล อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ และไม่อนุญาตให้ใส่ลิงก์