การเริ่มต้นเล่นกีตาร์ไฟฟ้าเป็นก้าวที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้รักเสียงดนตรี แต่การเลือกซื้อเครื่องดนตรีชิ้นแรกมักสร้างความสับสนให้กับมือใหม่หลายคน หัวใจสำคัญในการเลือกกีตาร์ไฟฟ้าตัวแรกไม่ใช่การมองหาแบรนด์ที่แพงที่สุดหรือรูปทรงที่ดูหวือหวาที่สุด แต่คือการเลือกเครื่องดนตรีที่เข้ากับสรีระร่างกายและสไตล์ดนตรีที่คุณต้องการเล่นอย่างแท้จริง เพราะกีตาร์ที่จับสบายมือและให้โทนเสียงที่ตรงใจจะช่วยลดอุปสรรคในการฝึกซ้อม และสร้างแรงผลักดันให้คุณอยากหยิบมันขึ้นมาฝึกซ้อมในทุกๆ วัน
ตรวจสอบความถนัดมือ: น้ำหนักและรูปทรงคอกีตาร์
รูปทรงของคอกีตาร์เป็นปัจจัยแรกที่ส่งผลต่อความรู้สึกขณะเล่นโดยตรง คอกีตาร์ที่พบได้บ่อยมักมีรูปทรงคล้ายตัวอักษรภาษาอังกฤษ เช่น ทรง C ที่มีความโค้งมนปานกลางและจับง่ายที่สุดสำหรับมือส่วนใหญ่ ทรง U ที่มีความหนาและอวบเหมาะสำหรับผู้ที่มีมือขนาดใหญ่ และทรง V ที่มีลักษณะเรียวแหลมตรงกลางช่วยให้วางนิ้วโป้งได้มั่นคงขึ้น ผู้เริ่มต้นควรทดลองจับคอกีตาร์หลายๆ แบบเพื่อดูว่ารูปทรงใดที่ทำให้สามารถโอบนิ้วรอบคอและกดสายได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุดโดยไม่รู้สึกเกร็งข้อมือ
น้ำหนักและการกระจายน้ำหนักของตัวเครื่องเป็นอีกหนึ่งจุดที่ห้ามมองข้าม กีตาร์ไฟฟ้าบางรุ่นอาจมีน้ำหนักมากเกินไปจนทำให้เกิดอาการปวดไหล่หรือหลังเมื่อต้องยืนซ้อมเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ควรทดลองคล้องสายสะพายเพื่อตรวจสอบว่าเกิดอาการหัวตกหรือไม่ ซึ่งเป็นภาวะที่หัวกีตาร์มีน้ำหนักมากกว่าตัวถังจนดึงรั้งลงด้านล่างตลอดเวลา ทำให้มือซ้ายต้องคอยพยุงคอกีตาร์ไว้จนไม่สามารถขยับนิ้วได้อย่างอิสระขณะเล่น
สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้
ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดในหน้าสินค้า
สภาพความตรงของคอกีตาร์เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ คอกีตาร์ที่ดีควรมีความตรงหรือมีความโค้งงอเพียงเล็กน้อยตามมาตรฐานการผลิต หากคอกีตาร์มีลักษณะโก่งงอมากเกินไปจะทำให้สายอยู่ห่างจากฟิงเกอร์บอร์ดมากจนกดสายยาก หรืออาจทำให้สายตีกับเฟรตจนเกิดเสียงรบกวน หากพบปัญหานี้ ควรขอให้ช่างเทคนิคประจำร้านช่วยปรับแต่งแกนเหล็กขันคอและปรับตั้งทัชชิ่งให้เหมาะสมก่อนที่จะรับเครื่องกลับบ้าน
เลือกขนาดเฟรตและฟิงเกอร์บอร์ดให้เหมาะกับสรีระ
สเกลความยาวของคอกีตาร์หรือระยะห่างจากนัทถึงสะพานสาย ส่งผลโดยตรงต่อแรงตึงของสายและระยะห่างระหว่างเฟรต กีตาร์ที่มีสเกลสั้นจะมีความตึงของสายที่น้อยกว่า ทำให้กดสายได้ง่ายและนุ่มมือกว่า รวมถึงระยะห่างระหว่างเฟรตที่แคบลงช่วยให้ผู้ที่มีนิ้วมือสั้นสามารถเอื้อมนิ้วกดคอร์ดได้สะดวกขึ้น ในขณะที่กีตาร์สเกลยาวจะให้แรงตึงสายที่มากกว่าและให้เสียงที่คมชัดกระชับกว่า ซึ่งเหมาะกับผู้เล่นที่มีนิ้วมือยาว

รัศมีของฟิงเกอร์บอร์ดหรือความโค้งมนของแผ่นไม้หน้าคอกีตาร์ก็มีผลต่อการเล่นเช่นกัน ฟิงเกอร์บอร์ดที่มีความโค้งสูงจะช่วยให้การโอบนิ้วเพื่อจับคอร์ดทำได้ง่ายและสบายมือยิ่งขึ้น ส่วนฟิงเกอร์บอร์ดที่มีลักษณะค่อนข้างแบนจะเอื้อต่อการดันสายและการเล่นโน้ตเดี่ยวที่รวดเร็วโดยที่สายไม่สะดุดหรือดับกลางคัน ผู้เล่นจึงควรเลือกความโค้งที่สอดคล้องกับลักษณะการวางมือของตนเอง
ขนาดของเฟรตก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เฟรตขนาดใหญ่อย่าง Medium Jumbo หรือ Jumbo จะช่วยให้ผู้เริ่มต้นสามารถกดสายให้แนบสนิทกับเฟรตได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องใช้แรงกดมากนัก ซึ่งช่วยลดอาการเจ็บนิ้วและลดโอกาสการเกิดเสียงบอร์ดขณะฝึกซ้อมได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ควรสังเกตว่าขนาดนิ้วมือของคุณเข้ากับความสูงของเฟรตประเภทนั้นๆ หรือไม่ เพื่อไม่ให้รู้สึกสะดุดเวลาเลื่อนมือเปลี่ยนตำแหน่งคอร์ด
จับคู่สไตล์ดนตรีกับประเภทปิ๊กอัพและรูปทรงตัวถัง
ปิ๊กอัพเปรียบเสมือนไมโครโฟนที่ทำหน้าที่รับแรงสั่นสะเทือนจากสายกีตาร์แล้วแปลงเป็นสัญญาณเสียง ปิ๊กอัพแบบซิงเกิลคอยล์จะให้โทนเสียงที่ใส คมชัด และมีความสว่าง เหมาะสำหรับแนวเพลงป๊อป บลูส์ หรือฟังก์ แต่มีข้อจำกัดเรื่องเสียงจี่รบกวนเมื่อเปิดเสียงแตก ส่วนปิ๊กอัพแบบฮัมบัคเกอร์จะใช้ขดลวดสองชุดเพื่อตัดเสียงรบกวน ให้โทนเสียงที่หนา อบอุ่น และทรงพลัง เหมาะสำหรับแนวเพลงร็อค เมทัล หรือแจ๊ส การเลือกปิ๊กอัพที่ตรงกับแนวเพลงที่ชอบจะช่วยให้คุณได้ยินเสียงที่ต้องการและสนุกกับการซ้อมมากขึ้น
รูปทรงของตัวถังไม่เพียงแต่แสดงถึงรสนิยมส่วนตัว แต่ยังส่งผลต่อความสะดวกสบายในการเล่นอีกด้วย รูปทรงมาตรฐานอย่างดับเบิลคัทอะเวย์ที่มีส่วนเว้าทั้งสองด้าน ช่วยให้สามารถเอื้อมมือไปเล่นในเฟรตลึกๆ ได้ง่าย ขณะที่รูปทรงซิงเกิลคัทอะเวย์ที่มีส่วนเว้าด้านเดียวอาจให้ความรู้สึกที่คลาสสิกและมีน้ำหนักเสียงที่แน่นกว่า แต่การเข้าถึงเฟรตลึกๆ อาจทำได้ยากกว่าเล็กน้อย
นอกจากนี้ รูปทรงตัวถังบางประเภทที่มีความแปลกตา เช่น ทรงวีหรือทรงที่มีเหลี่ยมมุมแหลมคม อาจสร้างความลำบากในการฝึกซ้อมสำหรับมือใหม่ เนื่องจากรูปทรงเหล่านี้มักจะไม่สามารถวางบนตักเพื่อนั่งเล่นได้อย่างมั่นคง บังคับให้ผู้เล่นต้องยืนเล่นและสะพายกีตาร์ตลอดเวลา ซึ่งอาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าได้ง่ายกว่าการใช้กีตาร์รูปทรงมาตรฐานที่ออกแบบมาให้รองรับการนั่งเล่นและการยืนเล่นได้อย่างสมดุล
ขั้นตอนการลองจับและทดสอบสภาพก่อนตัดสินใจซื้อ
เมื่อไปเลือกซื้อกีตาร์ที่ร้านค้า ขั้นตอนแรกที่ควรทำคือการตรวจสอบงานประกอบภายนอกด้วยสายตาและการสัมผัส ให้ใช้นิ้วมือลูบไปตามขอบของฟิงเกอร์บอร์ดเพื่อเช็กว่ามีปลายเฟรตโลหะยื่นโผล่ออกมาบาดมือหรือไม่ ขอบเฟรตที่ดีต้องได้รับการเจียรจนเรียบเนียนไปกับเนื้อไม้ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบความแน่นหนาของลูกบิดตั้งสาย ช่องเสียบสายสัญญาณ และปุ่มควบคุมต่างๆ ว่าไม่มีการโยกคลอนหรือหลวมคล้ายจะหลุด
ขั้นตอนต่อมาคือการทดสอบเสียงโดยการดีดสายเปล่าทีละสายและกดเล่นทีละเฟรตตั้งแต่เฟรตแรกจนถึงเฟรตสุดท้าย เพื่อฟังว่ามีเสียงสั่นเครือผิดปกติหรือมีโน้ตตัวใดที่เสียงดับหายไปหรือไม่ จากนั้นให้เสียบสายเข้ากับแอมป์กีตาร์เพื่อทดสอบระบบวงจรไฟฟ้า ลองหมุนปุ่มปรับระดับเสียง ปุ่มปรับโทน รวมถึงสลับสวิตช์เลือกปิ๊กอัพไปมา เพื่อตรวจสอบว่าไม่มีเสียงแกรกกรากหรือเสียงสัญญาณขาดๆ หายๆ เกิดขึ้น
หากพบว่ากีตาร์มีจุดบกพร่อง เช่น ขอบเฟรตคมบาดมือ มีเสียงสั่นเครืออย่างรุนแรง หรือระบบไฟฟ้าทำงานไม่สมบูรณ์ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อเครื่องนั้นทันที หรือหากเป็นรุ่นที่คุณถูกใจจริงๆ ควรแจ้งให้ช่างเทคนิคของร้านทำการแก้ไขและปรับตั้งค่าให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมใช้งานก่อนที่จะชำระเงิน การตรวจสอบอย่างละเอียดในขั้นตอนนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้คุณต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการส่งซ่อมภายหลัง
อุปกรณ์เสริมที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นฝึก
การเล่นกีตาร์ไฟฟ้าจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยให้สามารถฝึกซ้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่สุดคือแอมป์กีตาร์สำหรับฝึกซ้อมในบ้าน ซึ่งในปัจจุบันมีแอมป์ขนาดเล็กกำลังขับต่ำที่มีช่องเสียบหูฟัง ช่วยให้คุณสามารถฝึกซ้อมได้ทุกเวลาโดยไม่ส่งเสียงรบกวนคนรอบข้าง หรืออาจเลือกใช้อุปกรณ์จำลองเสียงร่วมกับหูฟังคุณภาพดีเพื่อความสะดวกในการพกพาก็ได้เช่นกัน
อุปกรณ์เชื่อมต่อและอุปกรณ์สวมใส่ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน คุณจำเป็นต้องมีสายสัญญาณที่มีคุณภาพดีเพื่อนำสัญญาณเสียงจากกีตาร์ไปยังแอมป์โดยไม่มีเสียงรบกวน ปิ๊กกีตาร์ที่มีความหนาปานกลางซึ่งเหมาะสำหรับการฝึกตีคอร์ดและโซโล่เบื้องต้น และสายสะพายกีตาร์ที่ช่วยพยุงน้ำหนักและรักษาตำแหน่งของกีตาร์ให้อยู่ในระดับที่ถูกต้องขณะยืนเล่น
สุดท้ายคือเครื่องตั้งสายซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เด็ดขาดสำหรับผู้เริ่มต้น การฝึกซ้อมด้วยกีตาร์ที่ตั้งสายตรงตามมาตรฐานอยู่เสมอจะช่วยพัฒนาโสตประสาทและการฟังเสียงตัวโน้ตของคุณให้ถูกต้องแม่นยำตั้งแต่เริ่มต้น แม้ว่าในปัจจุบันจะมีแอปพลิเคชันตั้งสายบนสมาร์ทโฟนให้เลือกใช้มากมาย แต่เครื่องตั้งสายแบบหนีบหัวกีตาร์จะให้ความแม่นยำที่สูงกว่าและไม่ถูกรบกวนจากเสียงรอบข้างได้ง่าย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
มือใหม่ควรเริ่มจากกีตาร์ไฟฟ้าหรือกีตาร์โปร่งก่อนดี?
ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวว่าต้องเริ่มจากประเภทใด แต่กีตาร์ไฟฟ้ามักจะมีแรงตึงสายที่น้อยกว่าและมีขนาดคอที่เรียวเล็กกว่ากีตาร์โปร่ง ทำให้ผู้เริ่มต้นรู้สึกเจ็บนิ้วน้อยกว่าและจับคอร์ดได้ง่ายกว่าในช่วงแรก อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกประเภทกีตาร์ที่ตรงกับสไตล์ดนตรีที่คุณต้องการเล่น หากคุณชอบเสียงดนตรีร็อคหรือป๊อปสมัยใหม่ กีตาร์ไฟฟ้าจะเป็นตัวเลือกที่สร้างแรงบันดาลใจในการฝึกซ้อมได้ดีกว่า
จำเป็นต้องซื้อกีตาร์จากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเท่านั้นหรือไม่?
ในปัจจุบัน มาตรฐานการผลิตกีตาร์จากแบรนด์ทางเลือกหรือแบรนด์ระดับเริ่มต้นมีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก ทำให้คุณสามารถพบกีตาร์ที่มีคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเพื่อซื้อแบรนด์ดัง สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบงานประกอบจริงด้วยตนเอง เช่น ความเรียบเนียนของเฟรต ความตรงของคอ และความเสถียรของระบบไฟฟ้า หากผ่านเกณฑ์เหล่านี้ กีตาร์แบรนด์ทางเลือกก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเยี่ยมสำหรับการฝึกฝน
พูดคุยกับชุมชน
แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่