การเลือกกีตาร์โปร่งไฟฟ้าตัวแรกในงบประมาณ ฿3,000 ถึง ฿10,000 ถือเป็นช่วงราคาที่คุ้มค่าและเหมาะสมที่สุดสำหรับมือใหม่ เนื่องจากเป็นช่วงราคาที่ผู้ผลิตเริ่มใส่ใจในเรื่องของคุณภาพไม้ โครงสร้างภายใน และระบบภาคขยายเสียงที่ได้มาตรฐาน การได้กีตาร์ที่มีคุณภาพดีตั้งแต่เริ่มต้นไม่เพียงแต่ช่วยให้การฝึกซ้อมเป็นไปอย่างราบรื่นและสนุกสนานมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดอาการบาดเจ็บจากการกดสาย และช่วยให้คุณมีเครื่องดนตรีที่พร้อมใช้งานสำหรับการออกงานแสดงขนาดเล็กหรือการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่เพิ่มในระยะยาว
หัวใจสำคัญในการเลือกซื้อกีตาร์โปร่งไฟฟ้าในช่วงราคานี้คือการรักษาสมดุลระหว่างคุณภาพเสียงเปล่าของตัวกีตาร์และประสิทธิภาพของระบบปิกอัพกีต้าร์เมื่อต่อเข้ากับเครื่องขยายเสียง มือใหม่หลายคนมักจะมุ่งเน้นไปที่รูปลักษณ์ภายนอกหรือฟังก์ชันเสริมที่ดูหวือหวา แต่ในความเป็นจริงแล้ว โครงสร้างไม้ที่แข็งแรง คอที่จับง่ายสบายมือ และระบบไฟฟ้าที่เสถียรไม่มีเสียงรบกวน คือปัจจัยหลักที่จะทำให้คุณอยากหยิบกีตาร์ขึ้นมาเล่นในทุกๆ วัน บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียดที่จำเป็น ตั้งแต่การเลือกสเปกไม้ รูปทรง ไปจนถึงวิธีทดสอบระบบไฟฟ้าอย่างมืออาชีพ
ทำความเข้าใจกีตาร์โปร่งไฟฟ้าและข้อจำกัดในงบ ฿3,000-10,000
การตั้งความคาดหวังที่ถูกต้องเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเลือกซื้อกีตาร์ในงบประมาณ ฿3,000 ถึง ฿10,000 ในช่วงราคานี้ คุณภาพของวัสดุไม้จะถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักๆ กลุ่มแรกคือกีตาร์ที่ใช้ไม้ลามิเนตหรือไม้อัดทั้งหมด ซึ่งมีข้อดีอย่างมากในเรื่องของความทนทานต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นความร้อน ความชื้นสูงในฤดูฝน หรือความแห้งเย็นในห้องปรับอากาศ ไม้ลามิเนตจะไม่โก่งงอหรือแตกหักง่าย ทำให้ดูแลรักษาง่ายเป็นพิเศษสำหรับมือใหม่
สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้
ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดในหน้าสินค้า
กลุ่มที่สองคือกีตาร์ที่ใช้ไม้หน้าแท้แผ่นเดียวหรือที่เรียกว่าไม้หน้าท็อปโซลิด ซึ่งมักจะพบในรุ่นที่มีราคาขยับขึ้นมาใกล้เคียง ฿10,000 ไม้หน้าแท้จะให้โทนเสียงที่มีความกังวาน มีมิติ และน้ำเสียงจะค่อยๆ พัฒนาดีขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุการใช้งานและการสั่นสะเทือนจากการเล่น อย่างไรก็ตาม กีตาร์ไม้แท้จะต้องการการดูแลรักษาที่พิถีพิถันมากกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้ไม้หน้าแห้งจนแตกหรือชื้นจนบวม ซึ่งอาจส่งผลต่อทัชชิ่งและโทนเสียงของกีตาร์ได้
ในส่วนของระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือปิกอัพกีต้าร์ที่ติดตั้งมาในงบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นระบบแบบแอคทีฟที่ต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ (มักใช้แบตเตอรี่ขนาด 9 โวลต์) ระบบนี้ช่วยให้สัญญาณเสียงที่ส่งไปยังเครื่องขยายเสียงมีความแรงและสม่ำเสมอ พร้อมทั้งมีปุ่มปรับแต่งโทนเสียงพื้นฐานมาให้ แม้ว่ามิติเสียงที่ได้อาจจะไม่นุ่มนวลหรือสมจริงเท่ากับระบบปิกอัพราคาแพงที่ใช้ในสตูดิโอบันทึกเสียงระดับมืออาชีพ แต่ก็เพียงพอและยอดเยี่ยมมากสำหรับการฝึกซ้อมส่วนตัว การเล่นในวงเหล้า หรือการแสดงในร้านอาหารขนาดเล็ก
ข้อควรระวังที่สำคัญสำหรับมือใหม่คือการโฆษณาชวนเชื่อที่เกินจริงจากร้านค้าบางแห่ง เช่น การอ้างว่าเป็นกีตาร์ไม้แท้ทั้งตัวหรือใช้ระบบปิกอัพจากแบรนด์หรูระดับโลกในราคาที่ต่ำผิดปกติ เช่น ราคาเพียง ฿3,000 ต้นๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเป็นไปได้ยากมากในเชิงต้นทุนการผลิต การตรวจสอบข้อมูลสเปกอย่างละเอียดจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของผู้ผลิต หรือการเลือกซื้อจากร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ จะช่วยป้องกันไม่ให้คุณตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาเกินจริงเหล่านี้
เกณฑ์การเลือกสเปกไม้และรูปทรงกีตาร์สำหรับมือใหม่
รูปทรงของบอดี้กีตาร์เป็นปัจจัยแรกที่ส่งผลต่อความสบายในการโอบกอดและการเล่น ทรงเดรดนอทเป็นทรงที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล มีลักษณะบอดี้ที่ใหญ่และหนา ให้เสียงเบสที่ทุ้มลึก มีพลัง และมีความดังของเสียงเปล่าที่ยอดเยี่ยม เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชอบการเล่นแบบตีคอร์ดร้องเพลง อย่างไรก็ตาม ขนาดที่ใหญ่ของมันอาจทำให้ผู้เล่นที่มีสรีระเล็กหรือผู้หญิงรู้สึกเอื้อมแขนลำบากและเกิดอาการเมื่อยล้าได้ง่ายเมื่อต้องฝึกซ้อมเป็นเวลานาน

หากคุณต้องการความสบายในการเล่นที่มากขึ้น ทรงออดิทอเรียมหรือทรงแกรนด์ออดิทอเรียมถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมาก ทรงเหล่านี้จะมีส่วนเว้าส่วนโค้งของเอวกีตาร์ที่คอดกิ่วมากกว่า ทำให้สามารถวางบนตักและโอบกอดได้ง่ายขึ้น โทนเสียงที่ได้จะมีความสมดุลในทุกย่านเสียง ไม่เด่นย่านเบสจนเกินไป ตอบสนองต่อการเล่นแบบเกาสายหรือฟิงเกอร์สไตล์ได้อย่างยอดเยี่ยม และเมื่อนำไปเสียบออกลำโพง โทนเสียงที่สมดุลนี้ยังช่วยลดโอกาสการเกิดเสียงหอนได้ดีอีกด้วย
สำหรับประเภทของไม้หน้ายอดนิยม ไม้สปรูซหรือไม้สนตระกูลต่างๆ จะให้โทนเสียงที่สว่าง คมชัด มีความพุ่งของเสียงสูง เหมาะกับการเล่นเพลงหลากหลายแนว ในขณะที่ไม้มะฮอกกานีจะให้โทนเสียงที่อบอุ่น นุ่มนวล มีความหนาของเสียงในย่านกลางที่โดดเด่น ซึ่งการเลือกประเภทไม้นี้ขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนตัวและสไตล์เพลงที่คุณต้องการเล่นเป็นหลัก ไม่มีแบบใดที่ดีกว่าแบบใดอย่างสมบูรณ์แบบ
สิ่งสำคัญที่สุดที่มือใหม่มักมองข้ามคือความหนาของคอกีตาร์และระยะห่างระหว่างสายกับฟิงเกอร์บอร์ดหรือที่เรียกว่าแอคชัน คอกีตาร์ที่หนาเกินไปจะทำให้มือใหม่ที่ยังไม่มีกำลังนิ้วเพียงพอรู้สึกเกร็งและจับคอร์ดได้ยาก ส่วนแอคชันที่สูงเกินไปจะทำให้ต้องใช้แรงกดสายมาก ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บนิ้วอย่างรุนแรงจนอาจทำให้ล้มเลิกการฝึกซ้อมไปในที่สุด ดังนั้น ควรเลือกกีตาร์ที่มีคอทรงเพรียวบางจับง่าย และมีการปรับแต่งระยะสายให้อยู่ในระดับที่เตี้ยกำลังดีเพื่อการฝึกซ้อมที่สบายที่สุด
วิธีเลือกและตรวจสอบระบบปิกอัพกีต้าร์และภาคขยายเสียงในรุ่นประหยัด
ระบบปิกอัพกีต้าร์ที่ติดตั้งมากับกีตาร์โปร่งไฟฟ้าในงบประมาณประหยัดเกือบทั้งหมดจะเป็นระบบพายโซใต้หย่อง ซึ่งทำงานโดยการรับแรงสั่นสะเทือนทางกลจากสายกีตาร์ผ่านชิ้นส่วนหย่องกระดูกลงไปยังตัวรับสัญญาณ ข้อดีของระบบนี้คือให้สัญญาณที่แรง ชัดเจน และทนทานต่อการเกิดเสียงหอนย้อนกลับได้ดีมากเมื่อเล่นในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง แต่ข้อจำกัดคือโทนเสียงที่ได้อาจมีความแข็งกระด้างและมีเสียงแหลมที่ดูไม่เป็นธรรมชาติเล็กน้อย ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับแต่งโทนเสียงที่ตัวปรีแอมป์
ปรีแอมป์หรือชุดควบคุมที่ฝังอยู่ด้านข้างของบอดี้กีตาร์ควรมีฟังก์ชันที่จำเป็นครบครันสำหรับการใช้งานจริง สิ่งแรกที่ต้องมีคือเครื่องตั้งสายในตัวที่มีหน้าจอแสดงผลชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้มือใหม่สามารถตั้งสายกีตาร์ได้ตรงคีย์อย่างรวดเร็วทุกครั้งก่อนเริ่มเล่นโดยไม่ต้องพกพาอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม นอกจากนี้ ควรมีปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่มปรับแต่งย่านเสียงอย่างน้อย 3 ย่าน คือ เสียงทุ้ม เสียงกลาง และเสียงแหลม เพื่อให้คุณสามารถชดเชยโทนเสียงที่ขาดหายไปเมื่อต่อเข้ากับตู้แอมป์ต่างชนิดกัน
ขั้นตอนการทดสอบระบบไฟฟ้าที่ร้านค้าเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยอย่างเด็ดขาด คุณควรขอให้พนักงานขายเสียบสายแจ็คจากตัวกีตาร์เข้ากับตู้แอมป์กีตาร์โปร่งโดยตรง จากนั้นให้ลองหมุนปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่มปรับโทนเสียงทุกปุ่มไปมาอย่างช้าๆ เพื่อตรวจสอบว่าไม่มีเสียงแกรกกรากหรือเสียงซ่าที่ผิดปกติเกิดขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณของตัวต้านทานปรับค่าได้ที่เสื่อมสภาพหรือสกปรก นอกจากนี้ ให้ลองเคาะเบาๆ ที่บอดี้กีตาร์เพื่อดูว่าระบบปิกอัพมีความไวต่อเสียงเคาะมากเกินไปจนเกิดเสียงกระแทกที่รุนแรงออกลำโพงหรือไม่
อีกหนึ่งจุดที่ต้องตรวจสอบคือความสมดุลของเสียงในแต่ละสาย ให้ลองดีดสายกีตาร์ทีละสายตั้งแต่สายที่หนึ่งถึงสายที่หกด้วยน้ำหนักที่เท่ากันขณะเสียบแอมป์ เพื่อฟังว่าเสียงของทุกสายดังออกมาสม่ำเสมอกันหรือไม่ หากมีสายใดสายหนึ่งที่เบากกว่าสายอื่นอย่างเห็นได้ชัด อาจเกิดจากการวางตัวรับสัญญาณพายโซใต้หย่องที่ไม่เรียบสนิท ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขโดยช่างผู้ชำนาญการ สุดท้ายให้ลองขยับหัวแจ็คที่เสียบเข้ากับตัวกีตาร์ไปมาเพื่อเช็กว่าช่องเสียบมีความแน่นหนาดี สัญญาณไม่ขาดๆ หายๆ ขณะขยับตัว
การจัดสรรงบประมาณและค่าใช้จ่ายแฝงที่มักมองข้าม
การวางแผนงบประมาณที่ดีจะช่วยให้คุณได้อุปกรณ์ที่พร้อมใช้งานจริงโดยไม่มีปัญหาติดขัดในภายหลัง หากคุณมีงบประมาณรวม ฿10,000 แนะนำให้แบ่งเงินประมาณ ฿7,000 ถึง ฿8,000 สำหรับการซื้อตัวกีตาร์โปร่งไฟฟ้าที่มีคุณภาพดี และเก็บเงินส่วนที่เหลือประมาณ ฿2,000 สำหรับการซื้ออุปกรณ์เสริมที่จำเป็นอย่างยิ่งยวด เช่น กระเป๋ากีตาร์ที่มีการบุฟองน้ำหนาพิเศษเพื่อปกป้องตัวเครื่องจากการกระแทกและความชื้น สายแจ็คคุณภาพดีเพื่อลดสัญญาณรบกวน ปิ๊กกีตาร์ และขาตั้งกีตาร์ที่มั่นคง
ค่าใช้จ่ายแฝงที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือค่าบริการปรับแต่งหรือเซ็ตอัพกีตาร์ กีตาร์โปร่งไฟฟ้าที่เพิ่งแกะกล่องออกมาจากโรงงานส่วนใหญ่มักจะตั้งค่าความสูงของสายมาค่อนข้างสูงเพื่อป้องกันเสียงสายตีเฟรต ซึ่งอาจทำให้เล่นยากสำหรับมือใหม่ หากคุณซื้อกีตาร์จากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายขนาดใหญ่ที่มีช่างประจำร้าน พวกเขามักจะมีบริการเซ็ตอัพให้ฟรีตามความต้องการของผู้ซื้อก่อนส่งมอบ แต่หากไม่มีบริการนี้ คุณควรเผื่อเงินประมาณ ฿300 ถึง ฿800 สำหรับการนำกีตาร์ไปให้ช่างภายนอกปรับแต่งให้เล่นง่ายสบายมือที่สุด
นอกจากนี้ หากคุณตัดสินใจเลือกซื้อกีตาร์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เนื่องจากความสะดวกหรือเพื่อเปรียบเทียบราคา อย่าลืมคำนวณค่าจัดส่งสินค้าซึ่งอาจมีราคาสูงเนื่องจากกล่องบรรจุภัณฑ์มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก และที่สำคัญที่สุดคือต้องตรวจสอบนโยบายการคืนสินค้าและการเคลมประกันของร้านค้าออนไลน์นั้นๆ อย่างละเอียด เผื่อในกรณีที่สินค้าเกิดความเสียหาย แตกหัก หรือระบบไฟฟ้าชำรุดเสียหายระหว่างขั้นตอนการขนส่ง จะได้สามารถดำเนินการเปลี่ยนตัวใหม่ได้อย่างรวดเร็วและไม่มีข้อพิพาท
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อและเงื่อนไขการรับประกัน
ก่อนที่คุณจะตกลงใจซื้อและหิ้วกีตาร์กลับบ้าน มีรายการตรวจสอบทางกายภาพที่สำคัญหลายจุดที่ต้องเช็กอย่างละเอียด จุดแรกคือการใช้นิ้วมือลูบไปตามขอบของคอกีตาร์ทั้งสองด้านเพื่อเช็กปลายเฟรตโลหะ ปลายเฟรตที่ดีต้องเรียบเนียนไปกับขอบไม้ ไม่มีส่วนที่คมยื่นออกมาบาดมือขณะเลื่อนตำแหน่งมือ จุดต่อมาคือการตรวจสอบรอยร้าวตามรอยต่อต่างๆ ของบอดี้ โดยเฉพาะบริเวณสะพานสายที่ยึดติดกับไม้หน้า ซึ่งต้องไม่มีช่องว่างหรือรอยเผยอแม้เพียงเล็กน้อย เพราะแรงดึงของสายอาจทำให้สะพานสายหลุดลอกออกมาได้ในอนาคต
ในส่วนของระบบไฟฟ้า ให้ทำการทดสอบใส่แบตเตอรี่ก้อนใหม่ลงในช่องใส่แบตเตอรี่ของตัวกีตาร์ ตรวจสอบว่าฝาปิดช่องแบตเตอรี่สามารถเปิดปิดได้ง่ายและล็อกได้แน่นหนาดี ลองเปิดใช้งานเครื่องตั้งสายในตัวเพื่อดูว่าหน้าจอแสดงผลทำงานได้ครบถ้วนและตอบสนองต่อเสียงดีดสายอย่างถูกต้อง จากนั้นทำการเสียบสายแจ็คออกตู้แอมป์เพื่อทดสอบเสียงอีกครั้งตามขั้นตอนที่ได้แนะนำไป เพื่อให้มั่นใจว่าระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดอยู่ในสภาพสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์พร้อมใช้งาน
สุดท้ายคือเรื่องของเงื่อนไขการรับประกันสินค้า คุณควรสอบถามพนักงานขายอย่างชัดเจนว่าการรับประกันครอบคลุมส่วนใดบ้าง โดยทั่วไปการรับประกันที่ได้มาตรฐานควรครอบคลุมทั้งโครงสร้างไม้ของตัวกีตาร์ และระบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของปิกอัพกีต้าร์เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้รับใบเสร็จรับเงินหรือใบรับประกันสินค้าที่ระบุหมายเลขซีเรียลนัมเบอร์ของกีตาร์อย่างถูกต้อง และเลือกซื้อจากร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพื่อความอุ่นใจสูงสุดในการรับบริการหลังการขาย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
กีตาร์โปร่งไฟฟ้าสามารถเล่นโดยไม่เสียบสายได้เหมือนกีตาร์โปร่งปกติหรือไม่?
คุณสามารถเล่นกีตาร์โปร่งไฟฟ้าโดยไม่เสียบสายแจ็คได้เหมือนกับกีตาร์โปร่งธรรมดาทั่วไปทุกประการ ตัวถังของกีตาร์โปร่งไฟฟ้ายังคงทำหน้าที่เป็นกล่องเสียงที่ช่วยขยายเสียงจากการสั่นสะเทือนของสายให้ดังออกมาตามธรรมชาติ ทว่าในบางรุ่นที่มีการเจาะช่องขนาดใหญ่ด้านข้างเพื่อติดตั้งปรีแอมป์ หรือมีสายไฟและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อยู่ภายในบอดี้ อาจส่งผลให้ความก้องกังวานและมิติของเสียงเปล่าลดลงไปบ้างเล็กน้อยเมื่อเทียบกับกีตาร์โปร่งรุ่นที่เป็นไม้ล้วนในสเปกเดียวกัน แต่ความแตกต่างนี้มีน้อยมากจนแทบไม่มีผลต่อการฝึกซ้อมในชีวิตประจำวัน
หากกีตาร์ที่ซื้อมาไม่มีปิกอัพ สามารถติดตั้งเพิ่มเองได้หรือไม่?
หากคุณมีกีตาร์โปร่งธรรมดาที่ไม่มีระบบไฟฟ้าอยู่แล้ว คุณสามารถนำมาติดตั้งปิกอัพกีต้าร์เพิ่มเติมในภายหลังได้อย่างแน่นอน โดยมีตัวเลือกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ปิกอัพแบบคาดช่องเสียงที่ติดตั้งง่ายและไม่ต้องเจาะตัวกีตาร์ ไปจนถึงระบบปิกอัพแบบพายโซใต้หย่องหรือแบบไมโครโฟนภายในที่ต้องมีการเจาะรูที่บอดี้และสะพานสายเพื่อเดินสายไฟ อย่างไรก็ตาม การติดตั้งระบบที่ต้องมีการเจาะตัวเครื่องควรส่งให้ช่างซ่อมกีตาร์ที่มีความเชี่ยวชาญและเครื่องมือที่ได้มาตรฐานเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อป้องกันไม่ให้โครงสร้างไม้เกิดการแตกร้าวเสียหาย และเพื่อให้ได้ตำแหน่งการวางปิกอัพที่ให้เสียงที่สมดุลที่สุด
พูดคุยกับชุมชน
แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่